ReadyPlanet.com


การทำ Alignment ทางหลักสูตรและการสอน


เรียนปรึกษาผู้รู้ทุกท่านค่ะ

ดิฉันได้รับมอบหมายให้ตั้งทีมทำ Alignment หลักสูตรการสอน ของโรงเรียน แต่ในโรงเรียนก็ยังไม่มีผู้เชี่ยวชาญการทำ Alignment เลยค่ะ เลยอยากเรียนถามขอความรู้ เพื่อนำไปขยายผลกับทีมงานต่อค่ะ

1.  Alignment มีองค์ประกอบอะไรบ้างคะ มีกี่รูปแบบ 

2 มีวิธีการดำเนินการที่ถูกต้องอย่างไร 

3. เมื่อทำ Alignment เสร็จต้องมีการประเมิน Alignemnt มั้ยคะ 

ขอบพระคุณค่ะ 

 



ผู้ตั้งกระทู้ สุดา :: วันที่ลงประกาศ 2017-10-04 11:19:57


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4068182)

ขอบคุณกับคำถามดี ๆ ค่ะ จะได้ทำให้คนอื่นได้ความรู้เรื่องนี้ไปด้วย เพราะขณะนี้ ทำกันเพี้ยน ๆ อยู่

ขออธิบายรวม ๆ ไปเลยนะคะ

ก่อนอื่นต้องเข้าใจคำคำนี้ก่อน การจัดการศึกษาที่นำมาตรฐานมาเป็นแนวทางการจัดการศึกษา ที่สืบเนื่องจากมีการกระจายอำนาจการจัดการศึกษานั้น ปท.ชาติจะกำหนดมาตรฐานของหลักสูตรต่าง ๆ เพื่อให้ รร. นำไปใช้เป็นแนวทางจัดทำหลักสูตร จัดการศึกษาของ รร. ไปตามพื้นที่ต่าง ๆ สิ่งที่กำหนดในมาตรฐาน จะกำหนดในสิ่งที่่สำคัญจำเป็น ด้วยความเป็นห่วงว่า หากกระจายอำนาจการศึกษาไปแล้ว  บาง รร. อาจละเลย หรือไม่ได้สอนอะไรบางเรื่องที่สำคัญจำเป็น จึงได้กำหนดมาตรฐานไว้ ดังนั้น ผู้ที่กำหนดมาตรฐาน ก็ต้องเข้าใจความหมายของมาตรฐานด้วย ว่าไม่ใช่กำหนดอะไรไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง จนกลายเป็นเหมือนกับจะเขียนคำอธิบายรายวิชา แต่มาเขียนในรูปมาตรฐาน เป็นข้อ ๆ งั้นแหละ ปรากฏการณ์ที่เห็นของการเขียนมาตรฐาน ตัวชี้วัดของปท.ไทย คือ รร.สามารถนำตัวชี้วัด มาแต่งเติมข้อความข้างหน้าว่า ให้นักเรียน........ ลงท้ายตัวชี้วัดว่า ได้  หลาย ๆ รร.ทำได้แบบนี้เลย เท่ากับ ตัวชี้วัดแต่ละข้อ กลายเป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ ไปโดยปริยาย นี่เป็นตัวบ่งบอกแล้วว่า การเขียนตัวชี้วัด ผิดปกติแล้ว ไปเขียนตัวชี้วัดจุดเล็กจุดน้อย เป็นจุดประสงค์การเรียนรู้ไปเลย นี่กำลังจะปรับมาตรฐานหลักสูตรแกนกลางกันแล้ว สพฐ. ควรทบทวนเรื่องนี้ ด้วยนะคะ

เมื่อรัฐกำหนดมาตรฐานเป็นแนวทางให้ รร. แล้ว ก็มีการเป็นห่วงว่า รร.จะนำ มาตรฐานตัวชี้วัด ไปทำให้ นร.บรรลุ มฐ ตัวชี้วัดพวกนี้ ได้ไหม จึงได้มีการเสนอแนะวิธีการที่จะเชื่อมโยง มฐ ตัวชี้วัด ลงไปใน รร. ด้วยวิธีการต่าง ๆ เรียกว่า การ alignment วิธีการเชื่อมโยง ทำยังไงก็ได้ ไม่ใช่ต้องมาบังคับ ว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้ แบบที่ เราถูกบังคับกัน ข้อสำคัญ ให้รู้แล้วกันว่า เราได้ทำให้ นร.บรรลุ มฐ ตัวชี้วัดพวกนี้ หรือไม่ นี่เป็นเ้รื่องสำคัญ ทุกฝ่ายที่มาทำ อย่าบังคับ รร. รร.คิดวิธีการเองก็ได้ ว่าจะใช้วิธีใด เพื่อจะตรวจสอบว่า นร. เรา ได้เรียนในสิ่งที่รัฐต้องการให้เรียน ครบถ้วนหรือไม่ ตระหนักไว้แค่นี้ อย่ามายึด หรือสั่ง แนะนำ วิธีีการเชื่อมโยง แบบทำเป็น "พิธีกรรม" ในภาษาอังกฤษ จึงต่อต้านมาก ในเรื่อง standards-referenced คือสักแต่ว่าอ้างอิง ไม่เป็น standards-based คือการจัด กศ. จัดหลักสูตร การเรียนการสอน ประเมิน ที่อิงมาตรฐาน ไม่ใช่สักแต่ว่า อ้างอิง ดังนั้นจึงอย่า alignment เพียงสักแต่ว่า อ้าง แบบ standards-referenced

ตัวอย่างของการ align กับ มฐ ตัวชี้วัด ของรัฐ อย่างเช่น สพฐ. ทำสาระการเรียนรู้แกนกลาง 8 กลุ่มสาระ นั่นเป็นตัวอย่างการ align แบบหนึ่ง ที่พยายาม ยกตย.ว่า ตัวชี้วัดข้อนี้ ๆ นะ ตย.เช่นสอนเรื่องอะไรบ้าง จะสนอง ตัวชี้วัดข้อนี้ ๆ ๆ ได้ หรือ มาตรฐาน ตัวชี้วัด ของวิทยาศาสตร์ ฉบับล่าสุด 2560 เขียนในลักษณะอธิบาย ให้ concept ขยายความว่าตัวชี้วัดข้อนี้ ๆ ๆ หมายถึงอะไร หมายถึง concept แบบไหน รร.จะได้มองเห็นภาพที่จะนำไปสอน ออก หรือ ของสาระภูมิศาสตร์ ในฉบับ 2560 ก็จะ ทำ ตย. align ให้เห็นแบบเพียบเลย มี ตย. ประเมินผล ด้วย

เหล่านี้คือ ตย. การ alignment ที่รัฐทำให้ ปกติ เขาไม่มาทำให้ "จนเพียบ" จนประหนึ่งจะไปขี้นำผูกขาด ให้ รร.ต้องทำตามนั้นหรอก นะคะ เขาทำ พอเป็น ตย. รร.ยังมีสิทธิ์ อำนาจ ที่จะนำ มฐ ตัวชี้วัด ไปถึง นร. ได้ด้วยวิธีการต่าง ๆ สิ่งที่แนะนำไว้นี้ เป็นเพียง ตัวอย่าง แนวทาง ไม่ใช่การบังคับ การใช้ ตย.พวกนี้ ใช้กันให้ถูกต้องด้วย ของไทยเรา มีอาการของการใช้ข้อมูลพวกนี้ผิด เข้าใจผิด ไปบังคับ รร. ผู้ที่กำหนด บางอย่างก็กำหนดเกินเลยจากตัวชี้วัด ก็มี ทุกฝ่าย ควรจะต้องรู้เท่าทันกับเรื่องการจัดทำ และการใช้ ตย. การ align เหล่านี้ ให้ถูกต้องด้วย

นั่นเป็นส่วนของรัฐ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ รร. ไม่ใช่เอาข้อมูลพวกนี้ ไป ผูกขาด dictate รร. นะคะ

ถัดมา ใน รร. การ align เริ่มตั้งแต่ การทำหลักสูตร เคยตอบไปในกระทู้อื่น ๆ แล้วว่า การสร้างหลักสูตรเป็นงานของ รร.ต้องคิดออกแบบหลักสูตร อ่านดู มฐ ตัวชี้วัดแบบคร่าว ๆ ก่อน จากนั้น วางมันไว้ แล้วมานั่งทำหลักสูตร ของตัวเองขึ้นก่อน สร้างรายวิชา ที่ตัวเองอยากได้ ก่อน เขียนได้ เขียนไปเลย ระดับหนึ่งก่อน จากนั้น จึงหยิบ มฐ ตัวชี้วัด จากกลุ่มสาระ ที่เราต้องการ เอามาเลือกดูไป แบบเปิดแคตตาล็อกเครื่องประดับ เครื่องแต่งตัว ทำอาการแบบนั้นเลย เลือกเอามาแต่งตัวในรายวิชาที่เรากำลังสร้าง เช่น เรากำลังสร้างรายวิชาคณิต ดูตัวชี้วัด กลุ่มสาระอื่นที่ต้องการเอามาผสมในรายวิชานี้ด้วยก็ได้ หรือเราทำหลักสูตรบูรณาการ รายวิชาบูรณาการ ก็ดูตัวชี้วัดจากกลุ่มสาระ ต่าง ๆ ที่ต้องการเอามาแต่งตัวลงในคำอธิบายรายวิชา แบบนี้ แล้วไม่ต้องมาเขียนกำกับตอนท้ายว่า รายวิชานี้ ใช้ตัวชี้วัด อะไรบ้าง นั่งแจกแจงข้อต่าง ๆ ไป แบบที่ทำกันทั้ง ปท. แบบนี้ ค่อนข้างตลกมาก และที่ทำกัน ก็ล้วนเอามาจากตัวชี้วัดของกลุ่มสาระ นั้นๆ แล้วยังต้องมากำกับข้อของตัวชี้วัดลงในตอนท้ายอีก เลิกทำวิธีนี้กันได้แล้วนะคะ พฤติกรรมแบบนี้แหละที่ฝรั่งเขารังเกียจ และเรียกว่า standards-referenced สักแต่อ้างเป็นพิธีกรรม  ไม่ใช่่ทุกอาการจะต้องมาสำแดงจะ ๆ แบบนี้ กัน มันจึงดูเป็นการ align แบบไม่มี ศิลปะ เอาเสียเลย เหมือนจะต้องมาเป็นโปลิส คอยจับผิด รร. ชอบจะให้ รร.ต้องสร้างหลักฐาน ไว้คอยตรวจจับ แบบนี้อยู่ร่ำไป

ถ้าครูทุกคน เข้าใจแบบรู้เท่าทัน กับการใช้ มฐ ตัวชี้วัด ดังที่ว่ามานี้ ก็พยายามทำด้วยใจ ไม่ใช่ทำให้เป็นพิธีกรรม ถ้าครูทุกคน ตระหนักว่า จะทำให้ นร.บรรลุตัวชี้วัดต่าง ๆ ด้วยวิธีการใดก็ได้ พฤติกรรมที่ถูกต้องของครูทุกคนคือ ช่วย ๆ กันใช้ เอาไปใช้ในรสชาติ ในบริบทต่าง ๆ แบบนี้ ตัวชี้วัดจะคุ้มค่า ไม่ใช่ข้อหนึ่งใช้ทีเดียว กับเฉพาะวิชานี้ มันไม่ใช่ ใช้แล้วใช้เล่า ครูทุกคน ช่วย ๆ กันใช้ ใช้ของกลุ่มสาระอื่นด้วย ช่วยกันนำไปแต่งตัวในวิชาในการเรียน การเลือกสื่อ การประเมิน การให้การบ้าน นร. ทำ แบบนี้จึงจะเป็นการใช้ตัวชี้วัดที่คุ้มค่า และสร้างมูลค่าเพิ่ม ในการจัด กศ. ให้ นร.

เขียนแผนการสอน อยากจะเอาตัวชี้วัดของกลุ่มสาระตัวเอง และของกลุ่มสาระอื่น มาแต่งตัวเข้าไป ในการสอนเรื่องนั้น เรื่องนี้ ก็ทำไปได้โดยเสรี นี่คือวิธีการใช้ มฐ ตัวชี้วัด เชื่อมโยงไปให้ถึง ตัว นร. เห็นไหมคะ ถ้าครูของเราทำได้แบบนี้ ครูทุกคน จะเป็นนักออกแบบเสื้อผ้า เป็นศิลปิน เป็นสถาปนิก ที่ตอนนี้มีแคตตาล็อก เอาไว้สร้างสรรค์งานของตัวเอง ไม่ใช่ทำแบบถูกบังคับให้อ้างอิง ทำแบบสักแต่ว่าทำ ทำแบบเป็นพิธีกรรม ทำไว้เพื่อเป็นเอกสารไว้ให้คนอื่นมาตรวจ กำกับ บังคับ แบบที่ทำกันอยู่นี้ ไม่ได้ทำด้วยใจ  ไม่ได้ทำเพราะตระหนัก เลิกวิธีการสั่ง บริหารจัดการแบบนี้เสียทีเถอะค่ะ เสียบรรยากาศ แล้วทำให้คุณค่าของการจัดการศึกษาอิงมาตรฐานมันผิดเพี้ยนกันไปหมด

จะให้ การบ้าน นึกไม่ออก อ่านตัวชี้วัดของกลุ่มสาระตัวเอง  อ่านตัวชี้วัดกลุ่มสาระอื่น ก็จะปิ๊งออกเองว่าจะให้การบ้านอะไรดี จะออกข้อสอบ ก็ทำแบบเดียวกัน เห็นไหมคะ ถ้า คุณครูทุกคน ช่วยกันใช้ แบบนี้ เด็กเราก็จะบรรลุ ตัวชี้วัด ในบริบทต่าง ๆ ต่างกรรมต่างวาระ ได้มากมาย นี่คือการ ช่วย ๆ กันใช้ เอาไป "แต่งตัว" นี่ถ้า มฐ ตัวชี้วัด ของไทย ยิ่งเขียน ดี ๆ มีคุณภาพ แล้วครูของเรา ใช้ถูกต้อง แบบพฤติกรรม ที่ว่ามานี้ กศ.ไทย จะสุดยอดไปเลย สิ่งที่รัฐต้องการก็ได้ตามนั้น สิ่งที่ รร. พื้นที่ ต้องการ ก็ได้ไปด้วยทีเดียว พร้อมกันไป ไม่ต้องมามีอะไรแยกส่วน นี่วิชาของรัฐ นี่วิชาของ รร. แยกส่วนแปลกแยก แบบที่ทำกันอยู่ less for more ท่องคาถานี้ไว้ในการทำงาน

ทีนี้ ถ้า รร. หรือครูคนหนึ่ง ๆ หรืองานของกลุ่มสาระหนึ่ง ๆ อยากจะทำเอกสารเพื่อดูว่า มฐ ตัวชี้วัด ของรัฐ ได้ถูกนำมาใช้มากน้อยแค่ไหน ทำด้วยใจ ไม่ใช่ทำเพื่อเป็นพิธีกรรม สักแต่ไว้ตรวจสอบ นะคะ สร้างแรงบันดาลใจนี้ ให้กับตัวเองก่อน วิธีง่าย ๆ ทำตารางเช็ค ซีคะ แบบห้อง ผอ. สมัยนี้ไม่ทราบมีมั้ย ตารางที่ไว้เช็คว่า วันนี้ครูคนไหน อยู่ไม่อยู่ แล้วก็ กา เครื่องหมายถูก ๆ ไป ตารางทำนองนี้น่ะ ครูทุกคนทำเองได้ เอาตัวชี้วัด แจงเป็นช่อง ๆ ข้อ ๆ วิชาไหน ใช้ตัวชี้วัดอะไรไปแล้วบ้าง กา ถูก ลงไป แผนการสอนไหน ใช้ข้อไหน ของกลุ่มสาระ ไหน กาไป หรือ ออกข้อสอบ ข้อไหน ใช้ตัวชี้วัดข้อไหน กา ไป ตารางเดียว บันทึกข้อมูลไปแบบนี้ หรือถ้าอยากไว้ให้ตรวจ เก็บไว้ให้คนจะมาตรวจก็ดูนี่เลย ฝ่ายวิชาการ ของ รร. ควรจะทำงานตรงนี้ จัดทำเอกสาร เป็น template  ให้คุณครู เอาไปบันทึก ไม่ใช่ทำแบบสักแต่ว่า อ้างหมายเลขข้อลงไปในรายวิชา ในแผนการสอน ใช้จริง ไม่จริงก็ไม่รู้ สักแต่ทำเป็นพิธีกรรม แต่ไม่มีข้อมูลรวมที่จะบอกได้ว่า มีตัวชี้วัดไหน ได้ใช้ หรือไม่ได้ใช้ ตรวจสอบไม่ได้ แต่ถ้าทำแบบตารางบันทึกการใช้ แบบนี้ จะดีมาก จะมองเห็นว่า มีตัวชี้วัดไหน ได้ใช้ ไม่ได้ใช้ ถูกละเลย แบบนี้จะตรวจสอบได้

อย่างไรก็ตาม ที่สำคัญที่สุดคือ การ alignment เป็นการเชิญชวน ทำด้วยใจ ทำด้วยความเข้าใจ ว่า มฐ. ตัวชี้วัด เป็นแนวทางในการจัด กศ. อย่างไร  ไม่ใช่การบังคับ ที่จะต้องมาเอาเป็นเอาตาย มาตรวจสอบ ตรวจเช็ค บังคับ ให้ต้องใช้วิธีที่รัฐ หรือ ใครมาสั่ง แบบสักแต่ว่า "อ้าง" อย่างไม่มีศิลปะ สิ่งที่ทำก็จะดูเป็นการกระทำที่ ตลก แต่ยิ้มไม่ออก นะคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2017-10-04 13:31:02



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.