ReadyPlanet.com


การวัดผลเชิงปริมาณ กับ การวัดผลเชิงคุณภาพ


 การวัดผลเชิงปริมาณ = การวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

การวัดผลเชิงคุณภาพ= การวัดบุคคลิกภาพ หรือ การวัดอะไรก็ตามที่ไม่เป็นตัวเลข

ผมเข้าใจถูกไหมครับ????



ผู้ตั้งกระทู้ ครูกานต์ บ้านอยู่ซอยตัน (youareso96-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2020-05-17 00:33:15


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4156814)

 ถูกครึี่งหนึ่งค่ะ อิ อิ

คำว่า สัมฤทธิ์ผลทางการเรียน เรามักจะนำไปใช้วัดด้วยข้อสอบ ทั้งปรนัย อัตนัย หรือใช้ Bloom"s Taxonomy เป็นกรอบการวัด มีการวิเคราะห์ข้อสอบว่าจะวัดขั้นใดของ Bloom บ้าง ขั้นละกี่ข้อ ได้คะแนนออกมาเป็นสัมฤทธิ์ผลทางการเรียน หรือคุณครูบางคนก็ไม่มีการวิเคราะห์ข้อสอบก่อน ก็ออกข้อสอบไป เกิดไปถามอะไร แบบ รู้-จำมาก คะแนนรวมออกมา ก็เป็นสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนอีกเช่นกัน

คำว่า สัมฤทธิ์ผลทางการเรียน ที่มาจากข้อสอบที่มีอาการออกข้อสอบต่าง ๆ กันนี้ คะแนนออกมาเป็นตัวแทนของคำว่าสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนทั้งสิ้น แล้วก็ตัดคะแนน ให้เกรด ตามช่วงที่คุณครูกำหนดไป ช่วงคะแนนเท่าไรถึงเท่าไร จะให้ A B+ B C หรือ ให้ 4 3 2 1 ก็ว่าไป 

นี่ทวนความให้เห็นว่า เรามักประเมินด้วยลักษณะนี้ แล้วเรียกว่าสัมฤทธิ์ผลทางการเรียน

คำว่า สัมฤทธิ์ผลทางการเียน  มิได้หมายถึงการใช้กับการประเมินด้วยข้อสอบ เพียงอย่างเดียวค่ะ

อจ. ประเมินผู้เรียน ไม่ว่าจะประเมินด้วยข้อสอบ หรือการมอบหมายงานให้ทำ ใด ๆ รวมทั้ง พฤติกรรมการเรียนต่าง ๆ รวมทั้งหมดเป็นสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนทั้งสิ้น แบบนี้ถึงจะดี ว่าได้ประเมินจากหลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ มิติ สัดส่วนแต่ละด้าน แต่ละมิติ จะกำหนดสัดส่วน อะไรมาก-น้อย ก็อยู่ที่ดุลพินิจของผู้สอนค่ะ

ก็น่าจะรวมเรียก สัมฤทธิ์ผลทางการเรียน เป็นการประเมินจากการวัดข้อมูลเชิงปริมาณ และคุณภาพ ค่ะ การวัดข้อมูลเชิงคุณภาพ คือวัดการปฏิบัติงาน การปฏิบัติตัวในการเรียน ซึ่งไม่ใช่ข้อสอบ แต่ต้องสร้างเกณฑ์การประเมิน rubric ซึ่งก็มีการกำหนดคะแนน เพื่อแสดงระดับความสามารถในการปฏิบัติตัว ปฏิบัติงาน ก็สามารถนำค่าคะแนน มารวมกับข้อมูลปริมาณ เช่น ข้อสอบ รวมเป็นคะแนนทั้งหมด ที่จะให้เกรด ผู้เรียนได้ค่ะ ภาพรวมทั้งหมดนี่ จึงจะเป็นความสมบูรณ์ของสัมฤทธิ์ผลทางการเรียน

ในกรณีสำหรับนักเรียน ในการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่จริงยุคที่เราใช้ standards-based education ณ ขณะนี้นั้น มันจะต้องมาพร้อมกับการใช้เกณฑ์การประเมินที่แสดงระดับความสามารถตามเกณฑ์มาตรฐาน (rebric) ด้วย แต่ประเทศไทยเรา ไม่ได้รับส่วนนี้มาใช้ แม้แต่การประเมินระดับประเทศ เราก็ไม่ได้สื่อสารการประเมิน นร. ในรูปของระดับความสามารถ 

ในสมุดรkยงานผลการเรียนของ นร. ในระดับโรงเรียน ก็ไปประเมินแยกส่วนจากกัน ส่วนของการเรียน ก็รายงานออกมาเป็น 4 3  2   1 ไป และราpงานในส่วนของพฤติกรรม คุณลักษณะต่าง ๆ ก็ประเมินในเชิงระดับคุIภาพไป ส่วนนี้ดูไม่มีใครสนใจ เพราะจะพบบ่อยว่า เด็กพฤติกรรมดีมาก แต่ ก็ได้ เกรด 1 กว่า บ้าง  2 กว่า บ้าง จะทำตัวดีไปทำไม เพราะไม่มีผลกับคะแนนเฉลี่ย คงเคยได้ยินคำพูดท้อแท้กันแบบนี้ 

คงมองเห็นความผิดปกติบางอย่างของระบบการประเมินของเราอยู่นะคะ ทบทวน กันได้แล้ว มังคะ เอาเปรียบ นร. มานานมากแล้ว ยิ่งตอนนี้ กำลังจะพูดเรื่องสมรรถนะอีก  จะทำหลักสุตรอิงสมรรถนะ เรียนสอนอิงสมรรถนะ แล้วอย่าลืมนะคะ หัวใจสำคัญ ประเมินอิงสมรรถนะด้วย ถึงเวลาต้องสร้างเกณฑ์ประเมินสมรรถนะ กันอย่างจริงจังแล้ว ล่ะค่ะ มันจะได้สื่อสารสัมฤทธิ์ผลทางการเรียนว่า นร.คนนี้มีสมรรถนะในเรื่องอะไร อ่อนด้อย ต้องช่วยเหลือเขาในด้านอะไร ไม่ใช่รายงานกันแต่ตัวเลขค่าเฉลี่ย แล้วพูดกันไปว่า เก่ง ปานกลาง อ่อน เรื่องอะไรก็ไม่รู้

น่าจะถึงเวลาปฏิวัติการประเมินผลการเรียน ของ นร. กันได้แล้ว

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2020-05-17 17:23:01



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.