ReadyPlanet.com


กิจกรรมนอกหลักสูตร/เสริมหลักสูตรคืออะไร


เนื่องจากยังเป็นครูมือใหม่ จึงอยากจะหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับด้านหลักสูตรดังนี้ค่ะ 

1.extra curricular activity กับ co curricular activity คืออย่างเดียวกันหรือเปล่าคะ ในภาษาไทยเห็นใช้คำว่ากิจกรรมนอกหลักสูตรและกิจกรรมเสริมหลักสูตรทดแทนกันได้ แต่จากการอ่านเอกสารของต่างประเทศ บางแหล่งข้อมุลก็แยกขาดจากกัน บางที่ก็ทดแทนกัน เลยทำให้สับสนค่ะ

2.กิจกรรมเสริมหลักสูตรและนอกหลักสูตรจำเป็นขนาดไหนคะในเมื่อหลักสูตรก็มีการพัฒนาตามยุคสมัยตลอดเวลาอยู่แล้ว หรือแม้แต่ในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยก็มีวิชาเลือกเสรีให้อยู่แล้ว และยังมีแนวโน้มที่จะให้เลือกเรียนข้ามคณะได้อีก

3.หากจำเป็นต้องมีจริงๆ สัดส่วนของการจัดกิจกรรมพวกนี้ควรเป็นเท่าไรคะจึงจะเหมาะสม และการกำหนดสัดส่วนนี้ดูจากอะไรคะ

4.หลักการจัดกิจกรรมฯให้ได้ประโยชน์มีหลักการอย่างไรคะ



ผู้ตั้งกระทู้ nattaporn :: วันที่ลงประกาศ 2020-05-22 16:44:00 IP : 58.8.159.144


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4157484)

จริงอย่างที่ อจ.ว่าแหละค่ะ สองคำนี้ มีการใช้แทนกันไปมา จนแทบจะแยกไม่ออกว่าอะไรคือหลักสูตรแบบไหน มันต้องดูบริบทแวดล้อมอื่น ๆ ประกอบกันไปด้วย

co curr มันจะคู่ขนานกับหลักสุตรปกติที่เราสอน นร. อยู่ ส่วน extra curr เป็นหลักสูตรพิเศษ เสริม แปลกปลอม ออกไป จากหลักสูตรปกติ เรียกว่า ไม่เกี่ยวกันเลย

แม้จะใช้คำว่าหลักสูตร แต่ก็ไม่ได้มีลักษณะองค์ประกอบตามชื่อว่า หลักสูตร เพราะอะไร เช่น รหัสวิชาก็ไม่มี และไม่นิยมเรียกเป็น course ด้วย มันมีลักษณะเป็นกิจกรรม มากกว่า หน่วยกิตก็ไม่มี เรียนไปไม่นับมาเป็นหน่วยกิตเงื่อนไขการจบ ไม่ใช่ทุกคนต้องเรียน อะไรแบบนี้เป็นต้น

กิจกรรมต่าง ๆ ที่บรรจุไว้ในสองหลักสูตรนี้ ถ้าดูชื่อกิจกรรมเฉย ๆ แทบจะแยกไม่ออก ว่า มันคือ co curr หรือ extra curr

co curr จะเป็นกิจกรรมที่ให้เรียนที่เสริม หรือต่อยอด ขยายความขึ้นต่อจากวิชาต่าง ๆ ที่ นร.เรียนอยู่ในหลักสูตรปกติที่เขาเรียนอยู่ สามารถสร้างกิจกรรมให้ นร.เรียนเสริมต่อจากรายวิชาที่เขาเรียนอยู่ ที่สามารถนำความรู้มาอิงอาศัยกันได้  นี่มังคะ อจ.จึงคิดว่าเรา มีรายวิชาเพิ่มเติมแล้ว ทำไมจะต้องมี co curr อีก เพราะมันบริหารจัดการต่างกัน เดี๋ยวจะอะธิบายต่อให้ฟัง นะคะ

แต่ extra curr เป็นกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวอะไรเลยกับที่ นร.เรียนในหลักสูตรปกติ เป็นหลักสูตร สนองความอยากรู้ อยากเห็น ของ นร. โดยแท้ แต่ extra curr มักจะแอบแฝงด้วยการหวังให้ได้ ปย.ในเชิงจิตสาธารณะ ทำ ปย.ให้สังคมส่วนรวม อะไรแบบนี้ และได้พัฒนาตัวเอง ให้เป็นคนดี ที่สมบูรณ์ขึ้น ไม่ติด หรือสืบสาวไปสู่วิชาใดวิชาหนึ่ง แบบ co curr ที่สามารถมองสืบสาวไปยังวิชาที่เรียนได้ co curr จึงเป็นกิจกรรมที่ได้ความรู้เป็นหลัก จิตพิสัยได้เหมือนกัน แต่เป็นรอง ในขณะที่ extra curr เน้นได้จิตพิสัย socialized มากกว่า วิชาการ

อย่างเช่น กิจกรรมจิตอาสา ภาวะผู้นำ เป็น extra curr มากกว่า แต่กิจกรรมเกี่ยวกับ ศิลปะ ดนตรี กีฬา กิจกรรมดูดาวบนท้องฟ้า คณิตคิดเร็วเป็น co curr มากกว่า

แต่อย่างที่ว่าไปแหละค่ะ ในชีวิตประจำวัน เราจะเห็นกิจกรรมทำนองนี้ แล้วก็เรียกโดยใช้สองคำนี้ ปะปนกันไป ก็พยายามทำความเข้าใจกับคนที่ใช้คำพวกนี้ก็แล้วกันค่ะ อย่าไปจริงจังมาก จนต้องไปจำกัด และพยายามจะต้องไปจำแนกแยกแยะให้เด็ดขาดว่า ประเภทของกิจกรรมนี้ เป็น co curr นะ ส่วนนี่เป็น extra curr นะ ถ้าต้องการรู้เพื่อไปทำแค่แบบนี้ ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ มองแต่หลักใหญ่ ๆ คือ ไม่แก่วิชาการ เป็น extra curr อยากได้เป็นวิชาการหน่อย เป็น co curr พอเอาไปเป็นหลักทำความเข้าใจได้บ้างนะคะ

ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรามีองค์ประกอบหนึ่งของโครงสร้างหลักสูตรคือ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ก็สามารถคิดกิจกรรมที่เป็น co curr หรือ extra curr บรรจุอยู่ในส่วนนี้ได้ค่ะ 

ถามว่าทำไมต้องมีก็ มนุษย์น่ะ คนน่ะ กิเลสเยอะ อยากโน่นนี่ เต็มไปหมด รร. จะมาจัดให้เหมือน ๆ กัน ทุกคนเรียน ก็ไม่ไหว ก็พยายามจะตามใจคนเรียน สนองเขาให้ได้มากที่สุด เท่าที่ แต่ละ รร. จะทำได้ จึงได้จัดให้มีในสองหลักสูตรนี้ มหาวิทยาลัยก็มี นะคะ  จะไว้ให้เรียนตอนปี 1 เลย มีบรรจุไว้ใ transcript ด้วย ว่า ได้ลงเรียนอะไรที่เป็นการบำเพ็ญประโยชน์แก่สาธารณะ แบบนี้ เป็น extra curr คนเรียนก็จะได้ประสบการณ์ชีวิตเติมเต็มในส่วนต่าง ๆ ได้ อยู่ใน transcript มันก็สร้างมููลค่าให้ตัวเองด้วยนะคะเวลาจบไปสมัครงาน

มันต่างกับรายวิชาเพิ่มเติม หรือรายวิชาเลือก นะคะ รายวิชาพวกนี้ ต้องมี นก. มีเกรด เรียนเป็นกิจลักษณะ เวลาสร้างรายวิชากลุ่มนี้ ก็มักจะเป็นรายวิชาที่มองจากรายวิชาหลักในหลักสูตรนั่นแหละค่ะ ว่าจะแยกเอาเรื่องอะไรเฉพาะเจาะจงขึ้น เอามาเรียน แม้จะเป็นวิชาเลือก แต่ชีวิตจริงก็บังคับเด็กเรียนนั่นแหละ ไม่เป็นไร นั่นเป็นเรื่องการบริหารจัดการ ที่ บาง รร. ก็คงสนองเด็กขนาดนั้นไมไหว ยิ่งบาง รร. สร้างรายวิชาเพิ่มเติมที่ต่อเนื่องมาจากรายวิชาพื้นฐาน แบบนี้ ยิ่งต้องบังคับให้เรียน แบบนี่แหละ ผิด 

แต่ co curr และ extra curr ไม่เป็นรายวิชา  เรียนสบาย ๆ ไม่มีสอบ ไม่ต้องมาเรียนทั้งเทอม เรียนระยะเวลาสั้น ๆ จบ ก็ได้ค่ะ รายงานแค่ได้เรียน ไม่ต้องมานั่งเขียนแผนการสอน มามีหน่วยการเรียน ใช้เทคนิควิิธีสอนแบบนั้นแบบนี้ สอนอะไรก็ลงมือปฏิบัติไปเลย อย่ามาแก่ทฤษฎี  ไม่ต้องมาทำคะแนนส่งเกรด มาสอบข้อเขียน  ใครสอนแล้วให้เด็กตก นี่ต้องตัดเงินเดือนเลย เด็กเรียนแล้วต้องไม่เครียด รายวิชาเพิ่มเติม คุณครูบางคนก็สอนจะเอาเป็นเอาตายกับเด็กนะคะ ดูเป็นวิชาที่มีคุณค่าสำคัญ มากกว่าวิชาพื้นฐานเสียอีกแน่ะ คนละอารมณ์กับสองหลักสูตรนี้เลยค่ะ ก็เพราะมันเป็นกิจกรรม ไม่ใช่รายวิชา ไม่มี นก. เรียนสนุก ๆ เหมือนเราไปเรียนเต้น เรียนร้องเพลง ที่เขามีสอนกันโดยทั่วไป แบบนั้นแหละ เพียงแต่เอามาไว้ใน รร.

กิจกรรมพวกนี้ ไม่ได้จำกัดว่าจะต้องจัดให้เฉพาะ นร.ของ รร.ใคร รร.มัน ก็ได้นะคะ เราสอนให้คนนอกด้วยก็ได้ เก็บค่าเรียนได้ หารายได้ เข้า รร. อีกต่างหาก แต่อย่าลืมแจ้ง คณะ กก. รร. ให้รับทราบก่อน ด้วยละกันค่ะ

ถ้าเราบริหารจัดการดีั ๆ กับสองหลักสูตรนี้ จะดีมาก และทุ่นเวลา ค่าใช้จ่าย ทุ่นแรง ครูสอนด้วย ด้วยการแลกเปลี่ยนกันไปเรียน กิจกรรมของ รร.นี้ดี เด็ก รร.อื่น ขอไปเรียนด้วย แลกกันแบบนี้ 

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2020-05-23 08:44:58 IP : 1.4.173.156



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.