ReadyPlanet.com


ทำหลักสูตร ม.ปลายให้เข้มข้น


จากข่าวที่ ศธ.จะปฏิรูปและดำริที่จะให้หลักสูตร ม.ปลายเข้มข้น นั้น เป็นข่าวที่น่ายินดี ที่น่าจะดำริเรื่องนี้มาตั้งแต่ 2544 แล้ว แม้จะช้าไปหน่อย แต่ก็ดีกว่าที่จะไม่ดำริ เรื่องนี้เลย

จากความเข้าใจผิด ของการสอน รร.ทำหลักสูตร ทำให้เกิดโกลาหล ต้องตามประกาศ ปรับโน่นนี่ก็ไม่เป็นไร ค่อย ๆ ปรับกันไป

เลยขอถือโอกาสนี้แสดงความเห็นในเรื่องนี้ว่า สังเกตไหมคะ ทำไมเวลาทำหลักสูตร ม.ปลายจึงต้องมีการแยกโปรแกรมการรเรียน ก็เพราะการศึกษาระดับนี้ มัน เตรียมสู่อุดมศึกษาแล้ว เราต้องการให้ นร.ค้นพบตัวเอง ว่าอนาคตจะไปไหน ถ้าหลักสูตรไม่วางเส้นทางที่จะเป็น career path สู่มหาวิทยาลัย หรือไปสู่การทำงานประกอบอาชีพ เราก็จะได้รับเสียงสะท้อนจากมหาวิทยาลัย และสถานประกอบการว่า ได้คนที่ไม่มีความรู้ ความสามารถตามที่ต้องการ นี่คือเสียงสะท้อนกลับมาที่หน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดการศึกษา มาโดยตลอด

โปรแกรมการเรียนใน ม.ปลาย ก็คือ รูปแบบหลักสูตรต่าง ๆ โปรแกรมที่แสนจะเก่าแก่ของเราก็คือ มีโปรแกรมวิทย์-คณิต ศิลป์คณิต ศิลป์ภาษา ศิลป์สังคม นี่ขออนุญาตพูดแบบภาษาชาวบ้าน นะคะ เราจะเห็นว่า การกำหนดโปรแกรมแบบนี้ เป็นการกำหนดกันมาตั้งแต่เรามีการศึกษาแบบผูกขาดจากส่วนกลาง จึงเกิดหลักสูตรจากส่วนกลางคือหลักสูตร 2533 ดังนั้นโปรแกรมการรเรียน ทุก รร. ก็เหมือนกันหมด ทั้งประเทศ และเป็นการกำหนดโปรแกรมที่เอาวิชาการเป็นตัวตั้ง ซึ่งไม่ได้สะท้อนโปรแกรมนี้ เตรียมเข้าสู่ career path คณะวิชา หรือ สถานประกอบการอะไรก็ไม่รู้ เราอยู่บนสมมติฐานว่า ให้ นร.มีพื้นฐานความรู้จากวิชาสามัญหลัก ก่อนก็แล้วกัน แต่จริง ๆ ไม่ได้จัดเตรียมเขาให้พร้อมที่จะไปเรียนคณะวิชา หรือ อาชีพในสถานประกอบการ แบบไหน เลย การจัดโปรแกรมแบบนี้ จึงเตรียมแต่ความรู้วิชาการ

แต่ปัจจุบัน โปรแกรมแบบนี้ ไม่เหมาะแล้ว แนวคิดที่ว่า ม.ปลายต้องหลักสูตรเข้มข้น จึงเป็นแนวคิดที่ถูกต้อง ที่สำคัญควรจะต้องเป็นโปรแกรมที่สะท้อนการวาง career path แบบต่าง ๆ ที่จะต้องครอบคลุม และเป็นธรรมที่จะให้โอกาส กับ นร.ที่เขาถนัด และเชี่ยวชาญ ไปต่าง ๆ กัน

เริ่มมีสิ่งที่สะท้อนตามแนวคิดนี้ คือการคิดการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ที่มีการสอบ GAT, PAT และวิชาสามัญ 9 วิชา แต่การสอบทั้งสามอย่างนี้ ควรปรับปรุงด้วย ไปพร้อม ๆ กับการที่จะให้หลักสูตร ม.ปลาย เข้มข้น เพราะถ้าหลักสูตร ม.ปลายเข้มข้น แต่การสอบ 3 อย่างนี้ ไม่ทบทวน ไปจนถึงกลับมาเรื่องเดิมที่ผู้เขียนกล่าวไว้ในหลายที่ ที่สร้างปัญหา คือโครงสร้างหลักสูตรจากส่วนกลาง ไม่ทบทวนไปด้วย สิ่งที่กำลังจะทำให้หลักสูตร ม.ปลายเข้มข้น จะยิ่่งเป็นการสร้างปัญหา แก่ นร. และ รร. ลิงแก้แห อีกแล้ว

สังเกตไหมคะ 7 PAT ที่ นร.ต้องสอบนั้น จัดกลุ่มกันอย่างไร มันใช่ความหมายของการสอบเพื่อวัดความถนัดทางวิชาชีพ ใช่หรือ ยกตัวอย่าง นร.สอบ PAT คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ มันแปลว่า อาชีพอะไร ในขณะที่บอกว่า สอบ PAT วิชาชีพครู สถาปัตย์ วิศวะ อือม  อันนี้ชัดเจนกว่า เห็นไหมคะ นี่เป็นการจัด PAT กันคนละมิติไหม แล้วจะวัดอะไรหรือ กับคำว่าความถนัดทางวิชาชีพ ทั้ง 7 PAT นี้ได้ตอบสนองความต้องการที่จะถนัด และเชี่ยวชาญ ของ นร. ครอบคลุมและเพียงพอหรือยัง นร.ที่เขาอยากเป็นนักกฎหมาย อยากเป็นแบบซิโก้ เสนาเมือง อยากเป็นแบบเมรัชนก เขาได้รับการเตรียมพร้อม แบบครูศิลปะ ที่มีวิชาเป็นกิจลักษณะในหลักสูตร เคี่ยวเด็กจนไปสอบ PAT สถาปัตย์ได้ มีไหม เด็กที่เก่งพวกนี้ ในชีวิตจริงอาชีพแบบของเขาสร้างรายได้ให้ตนเอง ให้ประเทศชาติ และสร้างความสุขให้คนไทย มากกว่าเสียอีก แต่ระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่ได้เปิดโอกาสแบบนี้ให้เขาเลย หากเขาต้องการเก่ง ต้องฝึกฝนนอกเวลาเรียนต้องแอบซุ่มฝึกฝน โดยที่ไม่มีค่าตอบแทนที่จะเป็นผลกาเรียน เป็นเกรด ได้แต่หน้าตา และถูกตีตรา ว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง เพราะผลการเรียนก็ไม่ดี เกรดเฉลี่ยแย่ เพราะนำ้หนักของโครงสร้างหลักสูตร ไปอยู่ที่กลุ่มสาระหลัก ๆ วิชาสามัญ ไปหมด นี่ไม่ใด้หมายความว่า กลุ่มสาระหลัก ไม่ต้องให้เขาเรียน ทุกคนต้องเรียน แต่การวางสัดส่วน นำ้หนักในโครงสร้างหลักสูตรที่เป็นอยู่ต่างหาก ที่ไม่เป็นกลาง และไม่เป็นธรรม ให้กับเด็กพวกนี้ หากใครที่เคยไปดูงานที่ NZ ก็คงเคยเจอว่า มี รร.ที่เขามีหลักสูตร ที่เด็กเลือกเรียนโปรแกรมการรเียน กอล์ฟ นี่ โปรแกรมเฉพาะเจาะจงไปถึงขนาดนั้นเลย คำว่าหลักสูตร ม.ปลาย ที่จะให้เข้มข้น ก็ควรจะต้องเป็นลักษณะทำนองนี้ ไม่ใช่ความหมายว่า โปแรกรมวิทย์ ศิลป์ แบบที่เป็นอยู่

หรือลองเปรียบเทียบระหว่าง PAT สถาปัตย์ วิศวะ  เด็กที่เก่ง ถนัดด้านพวกนี้ ไปโลดเลย มีผู้คอยเทรนนิ่งให้เพียบ ถูกต้องตามระบบโครงสร้างหลักสูตรด้วย มีกลุ่มสาระมาช่วยรับไปเป็นรายวิชาสอน อย่างเป็นกิจลักษณะ หรือ วิศวะ จะไป STEM นร.ที่เก่งมาทางนี้จะโชคดีมาก มีแต่ผู้ใหญ่มารุมล้อม ช่วยเหลือ แนะนำ ทุ่มงบประมาณ แบบถูกต้องตามระบบการศึกษา  แล้ว PAT วิชาชีพครูล่ะ กลุ่มสาระไหนหรือ ที่จะสอนให้เขาเข้าใจอาชีพนี้ เทคนิคการสอน การถ่ายทอด การรู้จักคำว่า จิตวิทยา มันจะมีอยู่ในกลุ่มสาระฯไหนหรือ ครูศิลปะสามารถสอนทักษะทางสถาปัตย์ ติวเข้าสถาปัตย์ ไปสอบ PAT สถาปัตย์ได้ แต่ PAT ครูล่ะ วัดแววครู มันใช่หรือ กับลักษณะการสอบ PAT แบบนี้ อาชีพครูที่ต้องเล่นกับคน ไม่ได้รับการเตรียมเพื่อเข้าสู่อาชีพ แต่แค่วัดแววครู มันสู้เอามาสอนเป็นกิจลักษณะแบบ PAT อื่น จะดีกว่านะคะ

จาก ตย. ที่ยกมานี้ ดังนั้น การทำให้หลักสูตร ม.ปลายเข้ม มันต้องเป็นการคิืนสิทธิอำนาจที่จะให้เขาคิดหลักสูตรโปรแกรมการเรียนแบบ caree path ตามแต่ว่าเขาต้องการจะไปทางไหน และปรับการสอบ PAT ให้มันครอบคลุมกลุ่มอาชีพต่าง ๆ มันจะได้กระตุกลงไปที่ รร. ให้มีหลักสูตร ม.ปลายสะท้อนกลุ่มอาชีพ จะได้ไม่ยื้อแย่งกันด้วย ใครอยากอนาคตทำอาชีพใด ก็เตรียมไป รร.นั้น เตรียมเข้าคณะวิชาทำนองนั้น ไปประกอบอาชีพก็ได้ด้วย มันจะได้เป็นการเตรียม นร. เป็นแนวเดียวกัน สอดคล้องกันไปโดยตลอด

และถ้าปรับ PAT ใหม่ เป็นแบบนี้ แล้ว วิชาสามัญหลัก 9 วิชา ก็เอาออกได้ มันรวมกันไปได้ว่าจะสอบความรู้ ทักษะ สำหรับกลุ่มอาชีพอะไรบ้าง โปรแกรมการเรียน ม.ปลาย ก็จะคล้ายกับ การเลือกสาขาวิชาเอก ของ นร. ไม่ใช่สอบแต่ วิชาสามัญที่มันไปสู่คณะอะไรที่แสนจะเลื่อนลอย

การสอบเข้ามหาวิทยาลัย มันน่าจะเหลือ GPAX, GAT และ PAT แบบใหม่ พอแล้ว โอเน็ตควรเป็นการสอบเพื่อศึกษาข้อมูลต่อการกำหนดนโยบายการศึกษาของประเทศ ที่ตอนนี้ไม่เห็นจะมีหน่วยงานไหน ดูแลเรื่องนี้ ทุกหน่วยงานมะรุมมะตุ้มแต่จะสอบวัดสัมฤทธิ์ผลเด็กตามหลักสูตร ทั้งที่กระจายอำนาจแล้ว เพราะถ้าไม่กระจายอำนาจ จะมาทำหลักสูตรแบบกำหนดมาตรฐาน ตัวชี้วัดไปทำไม ทำไม ไม่สร้างรายวิชาจากส่วนกลางไปให้เขาสอนเลยเล่า แบบหลักสูตร 2533 น่ะ   เราอยู่บนความคิดของการไม่ไว้วางใจกันเลย ไม่ไว้ใจ สพฐ. ต้องรีเช็คกันไปมาอยู่อย่างนี้ การศึกษาขั้นพื้นฐาน กระจายอำนาจแล้วนะคะ ไม่ใช่ทุกคนต้องเรียนเหมือนกันตามตัวชี้วัดแบบดิบ ๆ ดังที่ผู้เขียนเคยเสนอไป ถ้าจะผูกขาดการจัดการศึกษา การทำหลักสูตร การสอบ แบบนี้ ก็ควรกลับมาทำหลักสูตรของประเทศแบบ 2533 ไม่ใช่แบบ 2551

และเมื่อเป็นแบบที่ผู้เขียนว่า อย่าลืม (อีกแล้ว)  ส่วนกลาง ต้องพิจารณาทบทวนการวางโครงสร้างหลักสูตรของส่วนกลางใหม่ด้วยค่ะ ที่ไม่ควรจะเป็น โครงสร้าง one size fits all

ดังนั้น การแค่ดำริเพียงว่า จะให้ หลักสูตร ม.ปลายเข้มข้น พูดแค่นี้ ไม่ได้ค่ะ ต้องขึ้นไปจัดการกับฟันเฟืองอื่น ๆ เดิม ๆ ที่เป็นอยู่ด้วยค่ะ



ผู้ตั้งกระทู้ นาตยา :: วันที่ลงประกาศ 2016-09-08 14:18:46 IP : 118.172.180.118


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.