ReadyPlanet.com


Scope and Sequence


 เรียน อ. นาตยา 

            ผมเป็น นศ. ปริญญาเอกสาขาวิชาหลักสูตรและการสอน ได้อ่านหนังสือเรื่องจากหลักสูตรสู่หน่วยการเรียนที่ อ. บอกว่า Scope and Sequence เป็นหัวใจของการพัฒนาหลักสูตร มีประเด็นเรียนถามและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดังนี้ครับ

              1) วิทยานิพนธ์ในสาขาหลักสูตรและการสอน ไม่ว่า ป.โทหรือเอก เท่าที่อ่านมาของมหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่ได้ให้ความสำคัญกับ Scope and Sequence ส่วนใหญ่เมื่อได้ข้อมูลพื้นฐานมาจะนำไปกำหนดองค์ประกอบการสร้างหลักสูตรเลย ลักษณะนี้ถูกต้องหรือไม่อย่างไรครับ

               2) การสร้างหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลาง 51 ไม่จำเป็นต้องวิเคราะห์ Scope and Sequence เนื่องจากหลักสูตรแกนกลาง 51 กำหนดมาตรฐานและตัวชี้วัดมาให้แล้ว ลักษณะนี้หรือไม่ครับ 

เรียนถาม อ. นาตยา เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องครับ เพราะบางทีรู้สึกว่างานวิจัยหลักสูตรและการสอน นั้นมันไม่ได้เล่นที่หัวใจของหลักสูตรอย่างที่อาจารย์ว่า กลับลงไปที่การจัดการเรียนการสอนมากกว่า 



ผู้ตั้งกระทู้ ครูนักวิจัย :: วันที่ลงประกาศ 2014-12-15 11:06:26 IP : 171.5.94.194


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (2989471)

 ตอบแบบภาษาง่าย ๆ นะคะ scope คือ จะเรียนอะไร จะสอนอะไร

Sequence คือจะสอน จะเรียน อะไร ก่อน อะไรหลัง

ในความหมายนี้ คำว่า scope และ sequence จึงเป็นเรื่องที่เวลาจัดการศึกษาต้องคิดตั้งแต่ระดับใหญ่ คือทำหลักสูตร ไปจนถึง ระดับเล็ก คือการสอนในคาบหนึ่ง ๆ จะมีเรื่องของ scope และ sequence อยู่ตลอด

เวลาที่ อจ.ทำหลักสูตร อจ.ต้องกำหนด scope ในนัยว่า อจ.จะกำหนดอะไรลงในโครงสร้างหลักสูตร หรือ curriculum framework นั่นเอง จะเอารายวิชาอะไรมา จัดอยู่กลุ่มไหน หมวดไหน รายวิชาที่ อจ. เอามาจัดวางครอบคลุมเป็นหลักสูตรนั้น เราเรียกว่า อจ.กำลัง กำหนด scope ของหลักสูตรนี้นั่นเอง ถัดมา อจ.ต้องคิดต่อว่า เอ ทำไม อจ.จึงเอารายวิชานี้ เรียนอยู่ชั้นนี้ เทอมนี้ แล้วต่อด้วยวิชานี้ วิชานั้น อยู่ชั้นนี้ ชั้นโน้น  นี่ อจ.กำลัง sequence รายวิชา เหล่านี้คืองานพัฒนาหลักสูตร

ตอน อจ.กำลังพัฒนารายวิชาหนึ่ง ๆ จะสร้างคำอธิบายรายวิชา หรือ course description อจ.ก็ต้องกำหนด scope ว่า รายวิชานี้ จะเรียนอะไรบ้าง จากนั้น อจ.ต้องเอา scope เหล่านี้ มาพิจารณาว่า รายวิชานี้ควรจะเรียนอะไรก่อน อะไรหลัง เป็นลำดับไป นี่ อจ.กำลัง sequence เจ้า scope ต่าง ๆ ที่ อจ. เอามา

มาจนกระทั่ง อจ.จะเตรียมการสอนในคาบหนึ่ง ๆ ในห้องเรียน อจ.ก็ต้องกำหนดว่า ในคาบนี้ หน่วยการเรียน เรื่องอะไร อจ.ต้องกำหนด scope ว่าหน่วยนี้ จะสอนเรื่องอะไรบ้างในคาบนี้ ต่อมา อจ.ก็ต้องตัดสินใจว่า จะสอนเรื่องอะไรใน 5 นาทีแรก ถัดมาจะสอนอะไรในอีก 15 นาทีต่อมา แล้วถัดไปอีก 20 นาที จะสอนอะไร ให้ นร.ทำอะไร นี่อจ.กำลัง sequence

เห็นมั้ยคะ scope และ sequence อยู่ในทุกอณูของการศึกษา ที่จริงมันยังมีอะไรอื่น ๆ อีก เช่น balance, integration etc. อีกเยอะแยะ ภาษาหลักสูตร เราเรียกพวกนี้ว่า content organization จัดแบบ vertical, horizontal โอ๊ย รายละเอียดอีกเยอะ ไม่เป็นไร เอาง่าย ๆ เพื่อใช้ในชีวิตงานของเรา เอาแค่นี้ก่อน scope/sequence เป็นเรื่องสำคัญมาก ในบรรดาการจัด content organization ผู้ที่จะทำงานนี้ได้ดีต้องมีความสามารถ ความรู้ในธรรมชาติของหลักสูตร ของรายวิชา ของการจัดการเรียนรู้ เข้าใจ ตัวเด็กที่จะสอนเขา และเข้าใจ เป้าหมายของหลักสูตร หรือเป้าหมายการสอน เราก็จะรู้ว่า ณ งานขณะนั้น ควรเอาอะไร และเรียงลำดับอย่างไร ถ้าไม่เข้าใจ ก็ได้เรียนอะไรที่ไม่ครบถ้วน ครอบคลุม บิดเบี้ยว และกระบวนการเรียนรู้ก็เสีย เรียนไม่รู้เรื่อง นี่แหละค่ะ ความสำคัญของ scope/sequence เราทุกคนต้องใช้ scope/sequence ทั้งนั้นแหละค่ะ เพียงแต่บางทีเราไม่รู้ว่านี่แหละคือ scope/sequence

หนักข้อไ/ปกว่านั้น เรายังเอาคำสองคำนี้มาใช้ในชีวิตประจำวันได้เลยนะ  แหม แหม รำคาญ สามี หรือ ภรรยา จังเลย อยากให้ สามี หรือภรรยา ทำตัวดี ๆ     เอ กำหนด scope ก่อนซิ จะทะเลาะ เอ้ย ไม่ใช่ จะทำความตกลงกับเขาในเรื่องอะไรบ้าง ที่มันจะครอบคลุม จากนั้น เอ จะ sequence การพูดเจรจาต้าอ้วยกับเขาให้เรียงลำดับเป็นเรื่องราว พูดเรื่องอะไรก่อนดีนะ ถัดมาพูดเรื่องอะไร ๆ ๆ  ประเภท ฮึ่ม! “ดิ้นไม่หลุด” เลย เห็น คุณค่าของสองคำนี้หรือยังคะ 555

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2014-12-15 18:43:21 IP : 125.24.237.9


ความคิดเห็นที่ 2 (2989585)

 อาจารย์ นาตยา ค่ะ

                           ถ้าเป็นแบบที่ อ. นาตยา อธิบายมา แสดงว่า Scope and Sequence เป็นการวางแผนหลักสูตรในระดับใหญ่ คือ ยังมิใช่หลักสูตรสถานศึกษา โดยตรงหรือคะ แต่ Scope and Sequence จะเป็นสิ่งที่บอกว่า หลักสูตรย่อยๆ หรือ หลักสูตรรายวิชาในระดับชั้นต่างๆ ควรเรียนอะไร อย่างไร แค่ไหน ใช่หรือเปล่า คะ 

                           เมื่อมี Scope and Sequence แล้ว สถานศึกษาจะต้องนำ scope and sequence มาสร้างเป็นหลักสูตรอีกใช่ไหม คะ 

            

ผู้แสดงความคิดเห็น นิสิต ป โท วันที่ตอบ 2014-12-28 13:06:10 IP : 182.53.169.145


ความคิดเห็นที่ 3 (2989588)

ไม่ใช่ค่ะ scope และ sequence เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นลำดับแรกเลย ในขณะที่ทำหลักสูตร และการจัดการเรียนการสอนค่ะ เวลาที่เราทำหลักสูตร เริ่มต้น เราต้องนึกก่อนว่าเราจะออกแบบหลักสูตรเป็นแบบไหน เหมือนเราจะสร้างบ้าน เราต้องเลือกแบบบ้านตามที่เราต้องการก่อน อย่างที่ อาจารย์ “ครูนักวิจัย” เคยถามก่อนหน้านี้ว่า หลักสูตรแกนกลางเป็นหลักสูตรไหม ต้องทำ scope/sequence ไหม ก็ต้องตอบ และช่วยกันเผยแพร่ไปว่า หลักสูตรแกนกลางไม่ใช่หลักสูตร โรงเรียนยังต้องไปคิดออกแบบหลักสูตรเอง ต้องไปทำเรื่อง รูปแบบหลักสูตรที่ต้องการ จัดทำ scope/sequence เอง ค่ะหลาย ๆ โรงเรียนค่อนประเทศเลยมั้ง เราทำหลักสูตรแบบผิด ๆ กันหมด ออกกฎกระทรวงว่ากระจายอำนาจให้สถานศึกษาพัฒนาหลักสูตรเอง  แต่ในทางปฏิบัติโรงเรียนกลับไม่ได้ทำหลักสูตรเลย ลอกหลักสูตรแกนกลางมาเป็นหลักสูตร กระทรวงก็ยังปล่อยให้เป็นไปแบบนี้ไม่ไหวแล้วล่ะค่ะ ปฏิรูปการศึกษาเรื่องนี้ด้วยเถอะ

หลังจากเลือกรูปแบบหลักสูตรตามที่ต้องการแล้ว จากนั้นก็ต้องมาดูว่าโครงสร้างหลักสูตรเป็นอย่างไร เนื่องจากในการทำหลักสูตรสถานศึกษา หรืออุดมศึกษา  รัฐ จะมีการกำหนดโครงสร้างหลักสูตรมาระดับหนึ่ง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับร่วมกัน ในการกำกับคุณภาพ โครงสร้างหลักสูตรคือส่วนที่จะกำหนดว่าหลักสูตรระดับนั้น ๆ เช่นการศึกษาขั้นพื้นฐาน ป.ตรี ป.โท จะต้องประกอบด้วย หมวดวิชา กลุ่มวิชาอะไรบ้าง ใช้เวลาเรียนเท่าไร อย่างในการศึกษาขั้นพื้นฐานก็จะกำหนดว่ามีกลุ่มสาระฯต่าง ๆ นะ ในแต่ละกลุ่มสาระฯ ให้มีกลุ่มวิชาพื้นฐาน (บังคับ) กลุ่มวิชาเพิ่มเติม (เลือก) ใน ป.ตรี สกอ. ก็กำหนดโครงสร้างว่า ต้องมีหมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมวดวิชาชีพ และหมวดวิชาเลือกเสรี เป็นต้น

จากนั้น นี่แหละ scope และ sequence จะต้องมาใช้แล้ว ว่าเราจะเอารายวิชาอะไรบ้าง จัดลงในหมวด / กลุ่ม วิชา เหล่านี้ แล้วจะเรียงลำดับอย่างไร การเรียงลำดับรายวิชา รหัสวิชาจะเป็นตัวบ่งบอก จนเอารายวิชาไปออกแบบการสอน สร้างหน่วยการเรียนอะไรบ้าง นี่ก็ scope อีก เรียนหน่วยอะไรก่อน หลัง นี่ก็ sequence จนเอา 1 หน่วย ไปสอน คาบนี้จะสอนอะไรบ้าง นี่ก็ scope จะสอนอะไรก่อน หลัง นี่ก็ sequence จ้ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2014-12-29 07:52:12 IP : 101.108.47.159


ความคิดเห็นที่ 4 (2989589)

มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ค่ะ ที่อาจารย์ยกตัวอย่างในหนังสือ ของ มสธ และ จากมาตรฐานสู่ชั้นเรียน เช่น 
รูปแบบของสมาคมสังคมศึกษาแห่งชาติ (NCSS Task Force Scope and Sequence Model) นี่คือ Scope and Sequence ที่จะไปสร้างหลักสูตรรายวิชาใช่ไหมคะ เช่นในชั้น ป. 4 (G.4) เป็นรายวิชา วิถีชีวิตของผู้คนในสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย: ภูมิภาคต่างๆ  หรือ ป 5 เป็นรายวิชา ผู้คนในทวีปอเมริกา

        สมาคมสังคมศึกษาแห่งชาติ (The National Council for the Social Studies: NCSS) ได้จัดตั้งคณะทำงานชื่อ A Task Force on Scope and Sequence เพื่อกำหนดขอบข่ายและลำดับการเรียนรู้สังคมศึกษาในระดับ K-12 ดังนี้ (Joyce, Little and Wronski, 1991)

                                 K                         ตระหนักต่อหน้าที่ทางสังคมของตนเอง

                                 G1                       ความเข้าใจในครอบครัวและโรงเรียน

                                 G2                       ความต้องการขั้นพื้นฐานของสังคมรอบข้าง: เพื่อนบ้านใกล้เคียง

                                 G3                       การแบ่งปันการใช้พื้นที่ในโลก: ชุมชนต่างๆ

                                 G4                       วิถีชีวิตของผู้คนในสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย: ภูมิภาคต่างๆ

                                 G5                       ผู้คนในทวีปอเมริกา: สหรัฐอเมริกาและเพื่อนบ้านใกล้เคียง

                                 G6                       ผู้คนและวัฒนธรรมอื่นๆ: ซีกโลกตะวันตก

                                 G7                       การเปลี่ยนแปลงของชาติต่างๆ: รอบโลก

                                 G8                       การสร้างความแข็งแกร่งและเสรีภาพของชาติ: สหรัฐอเมริกา

                                 G9                       ระบบที่ส่งเสริมสังคมประชาธิปไตย: กฎหมายและความยุติธรรม

                                 G10                     บ่อเกิดของวัฒนธรรม: ประวัติศาสตร์โลก

                                 G11                      ความเจริญของทวีปอเมริกา: ประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา

                                 G12                      วิชาเลือกต่างๆ

จาก Scope and Sequence ที่กำหนดโดย NCSS จะสามารถนำมาสร้างหลักสูตรรายวิชาสังคมศึกษาตั้งแต่ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1-มัธยมศึกษาปีที่ 6 ใช่หรือไม่ คะ

อีกข้อหนึ่งคือ ที่เป็นตาราง ที่ อาจารย์บอกว่ามันคือ Content Organization มีการเรียงตามแนวตั้ง และแนวนอน คืออะไรใช่ scope and sequence หรือไม่ คะ

ขอบคุณอาจารย์นาตยา มากค่ะ อาจารย์ที่สอน บอกว่า ที่เรากำลังพัฒนาหลักสูตรรายวิชา หรือ หลักสูตรระดับชั้นเรียนต่างๆ ทุกวันนี้เรากำลังทำให้เกิดความเข้าใจผิดในวงการพัฒนาหลักสูตรและการสอนเพราะเหมือนเราตีขลุมสร้างหลักสูตรขึ้นมาเอง แต่ไม่มีที่มาที่ไป

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นิสิต ป โท วันที่ตอบ 2014-12-29 09:26:35 IP : 223.207.48.244


ความคิดเห็นที่ 5 (2989596)

 ของ NCSS ที่ อจ.เอามานั้น เป็นหลักสูตรของสมาคมที่เขาทำขึ้น ที่เราเห็นแต่ละเกรด ก็คือรายวิชาที่เขาทำรายวิชาสังคมศึกษา แบบมีจุดเน้นรายวิชา ว่าชั้นปีนี้ เน้นไปที่เรื่องอะไร ต่างกับประเทศไทยที่เรียกว่าสังคมศึกษา แล้วเรียนหลายเรื่อง ๆ แบบเรียนไปทีละเรื่อง แต่อิสระจากกัน เพราะไม่มี course focus เหมือนอย่าง ตย.ของ NCSS เหล่านี้คือทั้ง scope และมีการ sequence จากชั้นปีหนึ่ง สู่ชั้นปีต่อไป

แม้แต่การกำหนดมาตรฐาน ตัวชี้วัด ก็ต้องมี scope และ sequence เช่นกันค่ะ

Content organization ก็คือ sequence ค่ะ ไม่ใช่ scope คือการเรียงแบบชั้นปีหนึ่งสู่ชั้นปีต่อไป ก็คือเรียงรายวิชา กับเรียงแบบภาคเรียนหนึ่ง สู่ภาคเรียนต่อไป เหล่านี้คือ sequence ค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2014-12-29 19:48:29 IP : 101.108.47.159


ความคิดเห็นที่ 6 (2989636)

 เรียน อ. นาตยา ค่ะ

    พอจะเข้าใจ scope and sequence มากขึ้นแล้วค่ะ ถ้าเป็นแบบนี้แสดงว่าหลักสูตรการศึกษาในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของไทยเรา ก่อน หลักสูตรปี 44 และ 51 กำหนด scope and sequence ของหลักสูตรวิชาต่างๆ มาให้สถานศึกษาแล้วใช่ไหมคะ เพราะเท่าที่ศึกษาดูมีการกำหนดคำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชา และเนื้อหามาให้พอสมควร เช่น 

คำอธิบายรายวิชาในโครงสร้างหลักสูตรสังคมศึกษา ฉบับปรับปรุง พ.. 2533 (และหลักสูตรประวัติศาสตร์ไทยฉบับเพิ่มเติม พ.. 2543)

                     คำอธิบาย (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2)

                     หน่วยที่ 4 ชาติไทย

                     หน่วยย่อยที่ 4 ประวัติศาสตร์ไทย

                     ศึกษา สังเกต อภิปรายและบันทึกเกี่ยวกับร่องรอยของอดีตในท้องถิ่นที่มีอยู่ในปัจจุบันและเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กับความเป็นมาของชาติ เช่น เมืองเก่า วัด โบราณสถานและโบราณวัตถุ เป็นต้น เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ สามารถอธิบายความรู้สึกของตนเองต่อสิ่งที่เรียนรู้ได้ เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและสามารถปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมในฐานะเป็นคนไทย

                   คำอธิบาย (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3-4)

                     หน่วยที่ 4 ชาติไทย

                     หน่วยย่อยที่ 4 ประวัติศาสตร์ไทย

 

                     ศึกษา อภิปราย ภูมิหลังเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองในดินแดนประเทศไทย และศึกษาพัฒนาการของรัฐไทยร่วมสมัยสุโขทัยโดยสังเขป เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ ภูมิหลังเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองในดินแดนประเทศไทย และพัฒนาการของรัฐไทยร่วมสมัยสุโขทัย สามารถอธิบายลักษณะการตั้งถิ่นฐานในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน ทั้งก่อนและร่วมสมัยสุโขทัย มีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยและสามารถปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสมในฐานะเป็นคนไทย

ผู้แสดงความคิดเห็น นิสิต ป โท วันที่ตอบ 2015-01-02 19:14:17 IP : 182.53.162.168


ความคิดเห็นที่ 7 (2989639)

 ใช่ค่ะ อาจารย์น่ารักที่สุดเลย เป็นลูกศิษย์ละก็ รักตายเลย ช่างสนใจใฝ่หาความรู้

หลักสูตรของกระทรวงตั้งแต่ 2533 ลงไป เป็นหลักสูตรจริง ๆ แบบ จะเป็นหลักสูตรสถานศึกษา เพราะก่อน 2544 ประเทศเรามีหลักสูตรเดียวใช้ทั่วประเทศ เรียกว่า mandated curriculum หรือ national curriculum ก็ว่าได้ ปัจจุบัน หลักสูตรแบบนี้ ไม่ใช้กันแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ เขา decentralized education กันทั่วโลกแล้ว แต่ของเรา "ในทางปฏิบัติ" ยังมีพฤติกรรมเป็น centralized curriculm อยู่ เราต้อง แข็งขืนกันบ้างแล้วล่ะ เรียกว่า มีผู้หวังดี ประสงค์ร้าย ชอบอ้างว่า โรงเรียนทำหลักสูตรไม่เป็น ต้องส่วนกลางทำให้ ซะอย่างงั้นละ ช่วยกันสอนให้ไม่เหมือนกันสิ มาตรฐาน ตัวชี้วัด ก็เขียนซะอย่างกะเป็นหลักสูตร

ปีใหม่แล้ว ผู้รับผิดชอบ ศึกษาการกำหนดมาตรฐาน ตัวชี้วัด ให้มีคุณภาพหน่อย ก็จะดี นะคะ ในทางปฏิบัติ โรงเรียน ยังถูกกำกับด้วยวิธีปฎิบัติแบบหลักสูตร 2533 อยู่หลายเรื่องค่ะ บ่นตรงนี้ก็จะยาวเหยียดเลย 

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2015-01-02 21:21:35 IP : 101.108.34.121


ความคิดเห็นที่ 8 (2989640)

เรียน อาจารย์ นาตยา

              อ่านคำอธิบายของ อ. นาตยา แล้วภูมิใจที่ได้เรียนหลักสูตรและการสอน ครับ ศาสตร์การพัฒนาหลักสูตรและการสอน มีอะไรมากกว่าที่เราคิดและได้เรียนรู้จากห้องเรียน สิ่งที่ อ. นาตยา อธิบายมาไม่ค่อยมีอาจารย์หลักสูตรและการสอนเน้นและให้ความสำคัญ

             ตอนนี้มีคำถามหลายอย่างเลยว่า ที่เราเรียนเราสอนนั้นมันใช่หรือเปล่า ตัวอย่างเช่น การวิจัยและพัฒนาหลักสูตร ทำไมต้องทำ 4 ขั้นตอน เช่น ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สร้างหลักสูตร ทดลองใช้หลักสูตร และประเมินหลักสูตร ทั้งๆ ที่กระบวนการพัฒนาหลักสูตรมันมีความลึกซึ้งมากกว่านั้น  เช่น การสร้างหลักสูตรมีการจัดและคัดเลือกเนื้อหา การคัดเลือกประสบการณ์ อะไรต่างๆ แต่เหมือนว่าในงานวิจัยเรามองข้าม "หัวใจของการพัฒนาหลักสูตร" ไปหมดเลย

ผู้แสดงความคิดเห็น ครูนักวิจัย วันที่ตอบ 2015-01-02 22:56:09 IP : 182.53.162.168


ความคิดเห็นที่ 9 (2989643)

 นั่นซีคะ ที่อาจารย์ว่ามา เป็นกระบวนการพื้นฐานของการพัฒนาหลักสูตร ค่ะ  แต่ถ้าจะเรียกว่าขั้นตอนเหล่านี้คือขั้นตอนการวิจัย น่าจะไม่ถูกนะคะ ที่จริงถ้าจะให้มันกว้าง และศาสตร์นี้มีการพัฒนามากขึ้น น่าจะใช้คำว่าการวิจัยทางหลักสูตรและการสอน จะดีกว่า เพราะงานวิจัยของศาสตร์ด้านนี้ มันกว้างขวางมาก เราสามารถวิจัยไม่ว่าจะทางด้านพื่้นฐานการพัฒนาหลักสูตร พัฒนาหลักสูตร การเรียนการสอน สื่อวัสดุหลักสูตร การประเมิน รวมถึงการบริหารจัดการหลักสูตร มากมายก่ายกองเลยจ้ะ การวิจัยหลักสูตร กับการพัฒนาหลักสูตร ไม่เหมือนกันค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2015-01-03 07:24:58 IP : 101.108.34.84



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.