ReadyPlanet.com


หลักสูตรทางเลือก 3 หลักสูตรนี้ต่างกันอย่างไรค่ะ


หลักสูตรของระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย advance placement program , career path และ Magnet Program เท่าที่อ่านมาคือเป็นหลักสูตรทางเลือกที่มุุ่งเน้นเตรียมความพร้อมผู้เรียนเข้าสู่ระดับอุดมศึกษา แต่มีจุดที่ต่างกันอย่างไรค่ะ 



ผู้ตั้งกระทู้ สุภาภัค :: วันที่ลงประกาศ 2017-03-29 20:23:47 IP : 124.121.210.242


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4042774)

career path ไม่ใช่หลักสูตรค่ะ และคำคำนี้ ใช้แทนความหมายของอีกสองโปรแกรมได้เลย นั่นคือ ทั้ง AP Prog และ Magnet Prog เป็นหลักสูตรที่สะท้อน ให้เห็น career path

ขออธิบายคำว่า career path ก่อนนะคะ คำคำนี้ที่จริง เป็นคำธรรมดาทั่วไป ไม่ใช่คำศัพท์เฉพาะชื่อหลักสูตรใด ๆ หรอกค่ะ ปกติจะใช้กันเวลาที่ รร.จัดแผนการเรียนใน ม.ปลาย ให้เห็นเส้นทางว่าจะไปสู่เส้นทางการศึกษาต่อ ในสายใดได้บ้าง เท่านั้นเอง ในต่างประเทศ รร.มีอิสระที่จะจัดหลักสูตรได้หลาย version หรือหลายเส้นทางการเรียน ว่าเด็กจะเรียนรายวิชาอะไรในชั้นปีนี้ ต่อจากวิชานี้ ไปเรียนต่อวิชาอะไรในอีกช้้นปี ต่อไป การอธิบายเส้นทางการเรียนที่แสดง career path ของหลักสูตร นิยมเขียนในรูป branching diagram โดยจะแสดงให้เห็นว่าจะเรียนวิชาอะไรจากชั้นปีหนึ่ง ไปสู่ชั้นปีต่อ ๆ ไปได้ด้วยเส้นทางอย่างไรได้บ้าง มันจึงไม่ใช่โปรแกรมการเรียนแบบเมืองไทย ที่ถ้าจะเขียนคงเขียนในรูปของ linear diagram เส้นทางตรงทางเดียว เท่านั้นแหละ เพราะไม่ยอมให้ นร.มีโอกาสได้เลือกเรียนหลายเส้นทาง ทั้งที่กระจายอำนาจแล้ว แต่ก็ไม่เห็นจะมี รร.ไหนสร้าง career path ให้ นร.เลย ปกติในต่างประเทศ เขาจะใส่ไว้ในคู่มือนักเรียนเลยด้วยซ้ำไป

สำหรับ AP Prog เมืองไทยจำลองแบบของอเมริกามา เรียกว่า โครงการเรียนล่วงหน้า หลาย ม.ทำกัน แต่มักทำสำหรับเข้าได้เฉพาะ  ม.ใคร ม.มัน เช่น ม.มหิดล คณะวิทยาศาสตร์ ทำกับ รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ นร.ที่สอบเข้า คณะวิทย์ ม.มหิดลได้ จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเรียนรายวิชาพื้นฐานที่เป็นวิชาปี 1 ที่เรียนใน ม. เพราะวิชา AP จะเป็นวิชาที่เทียบเท่ากับวิชาพื้นฐาน ของ ม. เรียกว่า ตอนเรียนที่ รร. ก็ได้ นก. ถ้าเข้า คณะวิทย์ ม.มหิดล ก็ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องเรียนวิชานั้นใน ม. แต่ได้ นก. ไปเลย แต่ถ้า นร.รร.มหิดลวิทยานุสรณ์ ไปเข้า ม.อื่น รายวิชาพวกนั้นก็ใช้ไม่ได้ ไปเทียบรายวิชาพื้นฐานของ ม. อื่นไม่ได้

มีหลาย ม.ที่มี AP Prog เช่น จุฬา เกษตร เชียงใหม่ ขอนแก่น รายละเอียดต่างกันไป นร.ไปเรียนของ ม.ไหน จะนับ นก. ให้ก็ต่อเมื่อได้เข้า ม.นั้นแล้ว ไปเข้า ม.อื่น ก็ใช้ไม่ได้ ส่วนใหญ่รายวิชา AP ในเมืองไทย มักเป็นรายวิชาทางวิทย์ เช่น เคมี ฟิสิกส์ ชีว แบบนั้น และวิชาภาษา เช่นจุฬา การให้สิทธิ์กับ นร. ก็ต่างกันไป อย่าง ม.มหิดล ผูกขาดกับ รร.มหิดลฯ จุฬา ก็ผูกกับ รร.ในละแวกจุฬา ของ มก. รับ นร.ทั่วประเทศ ใครที่เรียนวิชา AP ของ มก. อนาคต ถ้าเข้า มก.ได้ สามารถยกเว้นการเรียน แต่ได้ นก. ไปเลย

ของไทยเรายังต่างกันที่วิธีการเรียนอีก เช่น มหิดล ใช้ อจ.รร.มหิดลสอนเองเลย โดยเป็นวิชาที่ อจ.คณะวิทย์ มหิดลพัฒนาขึ้น แต่ของ มก. อจ.มก.สอนเอง พัฒนารายวิชาเอง เช่นนี้เป็นต้น

ที่ว่ามานี่ของไทย แต่ต้นฉบับของอเมริกา เขาจะมีหน่วยงานกลาง college board ทำนองแบบ สกอ.เรา ดูแลให้ นร.สามารถเรียนรายวิชา AP แล้วนำไปใช้สิทธิ์กับ ม.ต่าง ๆ ได้ อยู่ที่เงื่อนไขของแต่ละ ม.ว่าจะกำหนดเทียบ นก.ในวิชาอะไรสำหรับเข้าคณะไหน ต่าง ๆ กันไป รายวิชา AP ของเขามีมากมาย 30   40  วิชาเลย มีทั้งวิชาทางวิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษา ศิลปะ เยอะแยะไปหมด และใช้ อจ.รร.ที่ผ่านการอบรม เป็นคนสอนวิชา AP ที่ รร.ของ นร. หรือมีศูนย์เรียน รร.จึงมีรายวิชา AP อยู่ในหลักสูตรของ รร. แต่จริง ๆ เป็น วิชาที่ อจ.ม.พัฒนาขึ้นนะคะ แล้วแต่ รร.ไหน จะเปิดรายวิชา AP อะไรบ้าง ก็แล้วแต่ แต่ละวิชาจะมีการกำหนดเงื่อนไข คุณสมบัติคนที่จะมีสิทธิ์เรียน และเมื่อนำไปเทียบ นก.ใน ม. แต่ละ ม.ก็จะกำหนดเงื่อนไขเองว่า จะต้องได้เกรดอะไร เช่น ไม่ตำ่กว่า B ถึงจะเทียบ นก. ได้ เช่นนี้เป็นต้น ของต่างประเทศ เด็กยังสามารถสอบวิชา AP ตอนเป็น นร. ได้เวลาเขาเปิดสอบ โดยที่ไม่ได้เรียนที่ รร. ก็ยังได้เลย ถ้าสอบได้เกรดถึง ก็เอาไปเทียบ นก.ใน ม.ได้เลย แบบนี้ก็มี

AP Prog สะท้อนให้เห็นถึงการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงกันของการศึกษาขั้นพื้นฐาน และอุดมศึกษา ที่มีการร่วมมือประสานกัน ไม่มาตัดแยก ตัดแบ่งออกจากกัน ที่อาจมีผลให้การศึกษาแทนที่จะต่อเนื่องไปได้เลย ต้องมาหยุดชะงัก เริ่มต้นใหม่ และบางทีก็มาเรียนอะไรซ้ำซาก เคยเรียนที่ รร. มาแล้ว เข้า ม. ปีแรก ๆ ก็ไปซ้ำกับที่ เคยเรียนที่ รร.ก็มี คงเปรียบเทียบและไปคิดเองต่อนะคะ ว่า การบริหารจัดการ AP แบบไทย กับของต้นฉบับ มันต่างกันอย่างไร อยากได้แบบไหน ก็ลองไปช่วย ๆ กันออกแรงกันหน่อย ในสังคมการศึกษาของไทย

Magnet Prog เป็นโปรแกรมการเรียนที่สะท้อน career path ชัดเจนมากๆๆๆๆ ที่จริงเคยพูดเรื่องนี้ ในกระทู้เก่า ๆ มาแล้วลองไปเปิด ๆ ค้น ๆ ดูนะคะ ตอนนี้ webboard นี้มีกระทู้มากมายหลายเรื่องเลย

อธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ คือโปรแกรมการเรียนปกติของเรา ใช้ศาสตร์เป็นตัวกำหนด เช่น โปรแกรมวิทย์-คณิต  ศิลป์-ภาษา ศิลป์-คำนวณ แบบเก่า ซึ่งไม่รู้ว่าไปเข้า ม. คือไปเข้าคณะไหน แต่ถ้าจัดแบบ Magnet Program จะมองเห็นเส้นทางไปสู่คณะอะไร อาชีพอะไรในอนาคต ได้ชัดเจนกว่า เรียกว่า โปรแกรมเตรียมเข้าสู่อุดมศึกษา เลย เช่น Health Science Magnet Prog., Law Magnet Prog., Aerospace Magnet Prog. Creative Arts Magnet Prog., Sport Science Magnet Prog.,Teaching Profession Magnet Prog. เป็นต้น ใครเข้าโปรแกรมไหน ก็รู้เลยว่า ได้เตรียมตัวที่จะไปเรียนในสาขาวิชา คณะวิชาต่าง ๆ อะไรบ้าง โครงสร้างหลักสูตรแต่ละโปรแกรมก็จะต่าง ๆ กันไป รร.เมืองไทยควรจะมีโปรแกรม Magnet ให้มันหลากหลาย เยอะ ๆ  นร.จะได้เรียนตามที่ตัวเองถนัด สนใจ มีความสามารถ จริง ๆ เสียที ทุก รร. ต่างก็มีโปรแกรมต่าง ๆ ตามความพร้อมของตน นร.ก็จะได้ไม่ต้องไปยื้อแย่งกัน สอบ PAT มันก็จะได้สมบูรณ์ ไม่ขาด ๆวิ่น ๆ แบบทุกวันนี้  7PAT นี่ก็แสนจะประหลาด ไม่ได้สอดคล้องกับหลักสูตร รร.เล้ยยยย ถ้า รร.มีโปรแกรม Magnet สอบ PAT  มันก็จะหลากหลายมากขึ้น เคยบ่นเรื่องนี้ในกระทู้ก่อน ๆ แล้ว ไม่อยากบ่นซ้ำแล้วล่ะค่ะ

อย่างไรก็ตาม Magnet ไม่ได้เป็นโปรแกรมการเรียนของ ม.ปลายเท่านั้น นะคะ รร. ม.ต้น ประถม ของต่างประเทศ เป็น Magnet Program กันทั้งนั้นแล้ว นี่สะท้อนว่า การศึกษาของคนในโลกทุกวันนี้ จะมาเรียนอะไรเป็นจับฉ่าย บังคับให้ต้องเรียน ต้องรู้ ทุกวิชา ทุกเรื่อง เหมือนกัน ตามที่ผู้ใหญ่จัดให้ โดยคนเรียนไม่มีเส้นทางเลือกเลย มันไม่ใช่แล้วล่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2017-03-29 23:08:07 IP : 1.10.199.18


ความคิดเห็นที่ 2 (4042813)

ขอบพระคุณมากค่ะ ได้ความรู้ที่กระจ่างเลยค่ะ พอดีเป็นครูสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายค่ะและเห็นมีคำ 3 คำนี้ปรากฏบ่อยๆ เลยสับสนตลอดค่ะ

ผู้แสดงความคิดเห็น สุภาภัค วันที่ตอบ 2017-03-30 09:02:08 IP : 124.121.210.242


ความคิดเห็นที่ 3 (4042941)
ยินดีค่ะ คำถามอจ.ทำให้เป็นความรู้ให้คนอื่นด้วยค่ะ
ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2017-03-30 15:06:44 IP : 1.47.7.227



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.