ReadyPlanet.com


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม กับ จุดประสงค์ปลายทาง จุดประสงค์นำทาง ต่างกันอย่างไรครับ?


 รบกวนสอบถามครับ ว่า จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม กับ จุดประสงค์ ปลายทาง +นำทาง  ต่างกันอย่างไรครับ?

หรือว่าในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ มีการเขียนจุดประสงค์เป็น2แบบครับ?

คือ 1. จะเขียนแบบ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ก็ได้

หรือ 2. จะเขียนแบบใช้ จุดประสงค์ปลายทาง+นำทาง

หรือว่า จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ก็คือ จุดประสงค์นำทาง ครับ?

ตอนนี้ผมสับสนไปหมดแล้วครับ 

ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบครับ



ผู้ตั้งกระทู้ ครูกานต์ บ้านอยู่ซอยตัน :: วันที่ลงประกาศ 2019-03-07 11:27:17 IP : 10.5.50.53


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (4122526)

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ได้รับอิทธิพลมาจากแนวคิดพฤติกรรมนิยม Behaviorism ที่เชื่อว่า คนเราถ้าเกิดการเรียนรู้แล้วจะต้องแสดงออกมาให้เห็นได้ นัก กศ. จึงนำมาใช้ในการกำหนดจุดประสงค์ เพื่อใช้เป็นแนวทางจัดการเรียนการสอน และประเมินตามที่เขียนจุดประสงค์ไว้ เช่น สอนขับเสภา จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม นร.สามารถขับเสภาได้ สอนคณิตศาสตร์ เรื่องพื้นที่ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม นร.สามารถท่องสูตรการคำนวณหาพื้นที่สี่หลี่ยมได้ แก้โจทย์ปัญหาการหาพื้นที่สี่เหลียมได้ เป็นต้น เวลาประเมินก็จะดูว่าขับเสภาเป็นไง ท่องสูตรได้ไหม  แก้โจทย์ได้ไหม ต่อมา ก็มีนัก กศ.บางกลุ่มมองว่า ในการเรียนรู้หลายอย่าง จะมาดูแต่พฤติกรรมย่อย ๆ บางทีไม่ได้ภาพของการเรียนรู้ที่แท้จริง และการเรียนรู้บางอย่าง แสดงออกมาเป็นพฤติกรรมเพียงอย่างหนึ่ง บางทีก็ไม่สื่อความที่ครอบคลุมได้จริง เช่น ให้ นร.ซาบซึ้งในดนตรีไทย ก็ต้องหาตัวแทนพฤติกรรมอะไรดีที่จะเป็นตัวแทนคำว่า ซาบซึ้งได้ ก็ไปตั้งจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมว่า อธิบายได้ว่า ดนตรีไทยมีคุณค่าอย่างไร ก็อาจเกิดคำถามว่า การอธิบายได้ว่าดนตรีไทยมีคุณค่าอย่างไร ใช่ตัวแทนของคำว่า ซาบซึ้ง นี่ครอบคลุมจริงไหม การตั้งจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม มีดีที่ทำให้เห็นภาพชัดว่าจะสอนอย่างไรให้ได้ตามจุดประสงค์นั้น และประเมินก็เที่ยง และ ตรง ดังนั้นจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อ ครูสามารถสรรหา พฤติกรรม ที่จะวัดได้ สังเกตได้ ที่เป็น "ตัวแทน" ที่แท้จริง และคุ้มค่า ของการเรียนรู้เรื่องนั้น ๆ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมก็มีประโยชน์ แต่ไม่ใช่ทุกเรื่องจะต้องตั้งแบบเชิงพฤติกรรมไปทุกครั้ง จึงมิใช่ไปเคร่งครัดว่าต้องตั้งจุดประสงค์เป็นเชิงพฤติกรรม โดยไม่ดูบริบทอะไรเลย แบบสมัยก่อน คุณครูถูกบังคับ ให้เขียนแผนแบบนี้ กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ตรวจผลงานก็ไม่ผ่านเลยแหละ ถ้าไม่ตั้งจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ปัจจุบัน น่าจะไม่มีเหตุการณ์แบบนี้แล้วมังคะ

จุดประสงค์ปลายทาง นำทาง ก็เป็นแนวคิดเดียวกันกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เป็นความพยายามที่จะทำให้การตั้งจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ดีขึ้น เป็นระบบขึ้น เพราะถ้าตั้งจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมโดด ๆ เช่นตั้ง มา 5 ข้อ ระบุได้ ชี้ได้ จัดกลุ่มได้ เขียนได้ บอกได้ แบบสะเปะสะปะ แต่ละข้อ เป็นอิสระจากกัน แบบนี้แย่เลย เรียนอะไรเหมือนหุ่นยนต์ ไม่รู้ว่า 5 ข้อนั้น นำไปสู่การเรียนรู้เรื่องอะไร แยกเป็นข้อย่อย ๆ หยุมหยิม เป็นเบี้ยหัวแตก ตั้งจุดประสงค์แบบนี้กันเยอะมาก แบบนี้ไม่ดี การตัึ้งจุดประสงค์ปลายทาง นำทาง จึงมาช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้ เช่น ปลายทางบอกว่าสามารถจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ นำทาง ก็อาจเริ่มตั้งแต่ 1) อธิบายได้ว่าสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร 2) แยกแยะสาเหตุ และผล ที่ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ 3) เสนอแนวทางการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ๆ ได้ 4) เขียนแผนงานการแก้ปัญหาตามแนวทางที่เลือกไว้ได้

การเขียนจุดประสงค์นำทางจึงควรเป็นชุดจุดประสงค์ ที่จะนำไปสู่ปลายทางหนึ่ง ๆ นั้น จุดประสงค์นำทางก็เป็นเชิงพฤติกรรมได้ แต่มันจะไม่สะเปะสะปะ เพราะหลาย ๆ ข้อ นั้นจะมีความเป็นเหตุเป็นผล ร้อยเรียงกันไปในตัว เพื่อไปสู่ปลายทางนั้น การตั้งจุดประสงค์ ปลายทาง นำทาง จึงจะดี

ถ้าตั้งจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม เป็นชุด โดยไม่ต้องมีจุดประสงค์ปลายทาง ก็ได้ ปลายทางอยู่ในใจเรา แต่เราตั้งจุดประสงค์เป็นเรียงลำดับ ร้อยเรียงตามกระบวนการเรียนรู้จากต้น จนจบ แบบนี้ก็ได้ ไม่ต้องเขียนปลายทาง อย่าให้แต่ละข้อมันเปะปะ โน่นหน่อย นี่นิด ก็แล้วกันค่ะ

ปัจจุบันยุด 4.0 ท่องคาถา less for more ไว้ ความสำคัญไม่ใช่อยู่ที่จะหาคำอะไรเป็นพฤติกรรม หรือไม่พฤติกรรมหรอก แต่ควรตั้งจุดประสงค์น้อยข้อ ตั้งเป็นผลการเรียนรู้ภาพใหญ่ ๆที่ต้องการให้ นร.ได้ ประสงค์เป็นผลที่จับต้องได้  มีคุณค่า อย่าประสงค์เป็นจุด ๆ เรื่องเล็ก เรื่องน้อย  จุดประสงค์ปลายทางไม่ใช่แปลว่าต้องตั้งแบบไม่เป็นเชิงพฤติกรรม จุดประสงค์นำทางต้องตั้งเป็นเชิงพฤตจิกรรม แบบนี้เป็นการเข้าใจผิด เราต้องการภาพผลการเรียนรู้ใหญ่ ๆ คืออะไร เป็นปลายทางไป แล้วนำทางตั้งเป็นเส้นทางการเรียนเพื่อไปสู่ให้ได้ปลายทางนั้น ยึดหลักการแบบนี้ดีกว่าค่ะ ในบริบทนี้ ตั้งผลการเรียนรู้ข้อเดียวไปเลย แบบตัวอย่างที่ยกไป เช่น วางแผนจัดการสิ่งแวดล้อมได้ ข้อเดียวไปเลยแบบนี้ ส่วนนอกนั้น เป็นเส้นทางกิจกรรมการเรียนของครูที่วางไว้ในกิจกรรมการเรียน ไม่ต้องมาจำแนกเป็นจุดประสงค์นำทางย่อย ๆ มุ่งวัดอย่างเดียวไปเลย แผนงานจัดการสิ่งแวดล้อม ยุค 4.0 ควรตั้งจุดประสงค์การเรียน ทำนองนี้ จะทำให้ การเรียนการสอน ดูเป็นชิ้นเป็นอันขึ้นมาหน่อย ดีมั้ยคะ

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2019-03-09 09:32:20 IP : 101.108.208.84


ความคิดเห็นที่ 2 (4123803)

 แล้วการเรียนจุดประสงค์ ที่มีการแบ่งเป็น KPA นี่ยังมีอยู่ไหมครับ และเข้าข่ายจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม หรือเป็นส่วนหนึ่งจุดประสงค์นำทางหรือปลายทางครับ

ขอบคุณครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น สงสัย วันที่ตอบ 2019-03-26 23:25:38 IP : 184.22.244.176


ความคิดเห็นที่ 3 (4124224)

KPA เป็นการกำหนดจุดประสงค์ ที่ต้องการให้ผู้เรียนได้ทั้งความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติงาน และเจตคติ อารมณ์ก็ไม่ต่างกับสมัยก่อนที่พูดเรื่องพุทธิพิสัย ทักษพิสัย เจตพิสัย ที่เป็น domain การศึกษา สมัยของ Bloom"s taxonomy นั่นแหละค่ะ แต่ KPA ก็ไม่ได้มาเคร่งครัดเรื่องจะต้องใช้คำกิริยาวัดได้สังเกตได้แบบจุดประาสงค์เชิงพฤติกรรม สักเท่าไร

ประเด็นที่ดิฉันอยากจะอภิปรายก็คือ การกำหนด KPA ถ้าแยกส่วน แยกข้อ ก็ไม่มีความหมาย ดิฉันชอบที่จะกำหนดแบบผสมกลมกลืนกันไปเลย ดีกว่า มาแยกข้อ ให้ผู้เรียนนำความรู้มาใช้ในการปฏิบัติงานอย่างมีความรับผิดชอบ เขียน KPA แบบนี้ จะสร้างมูลค่าเพิ่มของการกำหนดจุดประสงค์ ดีกว่ามาแยกให้มีความรู้ 1 ข้อ สามารถทำ.. อีก 1 ข้อ ให้มีความรับผิดชอบ อีก 1 ข้อ ควรเขียน KPA เป็นองค์รวม จะทำให้การเรียนรู้มีความหมายมากกว่า

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2019-04-01 19:59:53 IP : 182.52.1.248



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.