ReadyPlanet.com


ระบบ Outcom e- based Educa ของสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างไรครับ


 

เรียนถามท่านอาจารย์นาตยาครับ รัฐมนตรีศึกษา จะปรับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 โดยจะนำระบบการศึกษาของประเทศต่าง ๆ ที่ประสบความสำเร็จมาร่วมศึกษาวิเคราะห์  เช่น ระบบ  Outcom e- based  Education  ของสหรัฐอเมริกา  ซึ่งออกแบบหลักสูตรโดยจะกำหนดคุณลักษณะที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรียน เมื่อใช้ตำราเรียนนั้นเป็นเช่นไร  ด้านตำราซึ่งจะต้องถอดรหัสหลักสูตรเพื่อออกแบบตำรา แต่ไม่ใช่การเขียนตำรา อย่างไรก็ตามจะรักษาระบบตำราไทยที่เป็นตลาดเสรีไว้ เพราะสำนักพิมพ์ในปัจจุบันทั้ง ๑๗ แห่ง  สามารถแข่งขันกันสร้างตำราที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นอยู่แล้ว ...อาจารย์ครับ ระบบที่ว่านี้เป็นอย่างไรครับและจริง ๆ แล้วเหมาะสมที่จะนำมาใช้ในประเทศไทยไหมครับ และนำมาใช้แล้วจะแก้ปัญหาคุณภาพการศึกษาได้จริงหรือ และปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ตัวบุคคลที่มาเป็นรัฐมนตรีศึกษามากกว่าไหมครับ หรือตัวครูครับ ขอบคุณครับ



ผู้ตั้งกระทู้ นายนครรัฐ โชติพรม (MR-dot-Nakhonrat-dot-27-at-gmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2013-01-02 13:22:43 IP : 202.29.189.125


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1647750)

 ไม่รู้จัก outcome e-based ed ค่ะ รู้จักแต่ outcome-based ed คำนี้ไม่ใหม่แล้ว เก่าแล้ว แต่ของเก่า ไม่ใช่ว่าเชย ล้าสมัยนะคะ เพียงแต่มันเข้ามาเมืองไทย หรือในต่างประเทศก็พูดกันมานานแล้ว แต่ในเมืองไทย ทุกอย่างใหม่ตลอดเวลาแหละ เพราะไม่เคยมีอะไรที่ work ได้ ในเมืองไทยซักกะอย่าง 5555! outcome-based พูดง่าย ๆ ก็คือ การศึกษาที่เน้นผลลัพธ์ของการเรียนรู้ มันมาตั้งแต่สมัยที่ฮิตเรื่อง competency-based นั่นแหละ เอาให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เวลาจะกำหนดการเรียนรู้อะไร ให้นึกถึงภาพใหญ่ ๆ ที่เป็นผลลัพธ์ที่เป็น outcome ของการเรียนรู้นั้น ๆ ดังนั้น เริ่มต้นเลย เวลากำหนดจุดประสงค์ อย่าประสงค์เป็นจุด ๆ มันเล็ก ชี้ได้ ระบุได้ บอกได้ แบบนี้ไม่ใช่ outcome-based ต้องนึกแบบ bog idea เป็นภาพใหญ่ ๆ สูงสุด outcome-based ของการเรียนเรื่องนั้นคืออะไร ก็กำหนดสิ่งนั้นเป็น outcome เลย เช่น เด็กเรียนประวัติพระพุทธเจ้า ไม่ใช่อธิบายได้ เล่าประวัติพระพุทธเจ้าได้ outcome เช่น กำหนดแบบแผนการประพฤติปฏิบัติตนในเวลา 1 เดือน ที่นำจริยาวัตรของพระพุทธเจ้ามาปฏิบัติตน 1 เดือน แบบนี้เป็น outcome เด็กเรียนการปลูกพืช outcome ก็ต้องปลูกพืชได้ ไม่ต้องมาเสียเวลาตั้งจุดประสงค์ วิเคราะห์ผลดีของการปลูกพืช เลือกดินที่เหมาะสมกับการปลูกพืชแต่ละชนิดได้ แบบนี้ดูเก๋เชียว แต่ไม่ใช่ outcome 

การสอนที่เป็น outcome-based ง่ายมาก เริ่มต้น หน่วยการเรียน เป็น big idea ใหญ่ ใช้เวลาเรียนนานหลายสัปดาห์ กำหนดจุดประสงค์ก็เป็นภาพใหญ่ วิธีการง่าย ๆ น้อยข้อ ถามตัวเอง สูงสุดของการเรียนเรื่องนี้คืออะไร  จะให้ นร.ทำอะไรเป็น นี่แหละ outcome แล้วอย่าลืมล่ะ ประเมินผลก็ต้องประเมินภาพใหญ่ ประเมิน task / perform ที่เด็กทำ ว่าแต่ถ้าเป็นนโยบายกระทรวงฯ ตั้งใจจริง ไม่มาเล่นเหยาะแหยะอีกนะ จัดการประเมินผลของทุกระดับ ตั้งแต่ห้องเรียน ถึง สทศ.ให้เป็น outcome-based assessment ได้ป๊ะ ถ้าแน่จริง! สทศ.น่ะ ควรจะพัฒนา rubric สำหรับงานที่ใหเ ครูให้ นร.ทำเป็๋นเกณฑ์ไว้ ครูเอาไปใช้ประเมิน task (outcomer) นร.ได้ เอาเกณฑ์ประเมิน performance/task ของ รร. มารวมกับ คะแนนข้อสอบ ONET แบบนี้มันจึงจะถูก ไม่ใช่จะมาเน้น outcome-based แต่โพทะนาคะแนน ONET จะเป็นจะตายเสียให้ได้ แฟร์กับเด็กหรือคะ ปีใหม่แล้ว อย่าหลอกเด็กและครูอีกนะจ๊ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2013-01-02 17:21:01 IP : 182.52.8.33


ความคิดเห็นที่ 2 (1650950)

 Outcome Based Education ... ได้เรียนเรื่องนี้กับอาจารย์ตอนเป็นนิสิตปริญญาเอก ... ซึ่งนานมากแล้วครับ ... พอวันนี้กลับมาใหม่ในหลายรูปแบบ .... ที่กำลังฮิตมากก็คงหนีไม่พ้น  "21 Century Skills" ...  

ผู้แสดงความคิดเห็น เหยียบหิมะไร้ร่องรอย วันที่ตอบ 2013-01-30 23:54:35 IP : 49.48.235.118


ความคิดเห็นที่ 3 (1650962)

คำที่ อจ.ว่ามานี้ ขณะนี้ก็ "ธรรมดา" สำหรับสาขา C&I เราอีกแล้วละค่ะ ฮิ ฮิ

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2013-01-31 08:25:00 IP : 101.108.35.62



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.