ReadyPlanet.com


จัดหลักสูตรสถานศึกษาอย่างไรจึงจะมีคุณภาพ


สถานศึกษาจะมีแนวทางในการทำหลักสูตร 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้อย่างไร จึงจะได้หลักสูตรสถานศึกษา           ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เรียน โรงเรียน ชุมชน ได้อย่างมีคุุณภาพ 



ผู้ตั้งกระทู้ นายนครรัฐ โชติพรม :: วันที่ลงประกาศ 2013-06-07 11:20:43 IP : 202.29.189.125


[1]

ความคิดเห็นที่ 1 (1660488)

โดยหลักการแล้ว การกำหนดรูปแบบหลักสูตรของสถานศึกษาต้องมาก่อน มาตรฐาน (หลักสูตรแกนกลาง) ที่ว่า ต้องมาทีหลัง การทำหลักสูตรมีแค่นี้เอง รัฐจะกำหนดมาตรฐานอะไร อย่างไร เป็นเรื่องของรัฐ หลักสูตรเป็นของเราเอง ยก ตย.ให้ใกล้ตัวคือ มาตรฐานการสร้างบ้าน มันก็มีอยู่ หลักการสร้างบ้านมันก็มีอยู่ แต่เวลาเราจะสร้างบ้าน เราไม่ได้เอาหลักการสร้างบ้านมาวางแล้วสร้างบ้านตามนั้น เราจะคิดก่อนว่าเราต้องการบ้านแบบไหน เราจะสร้างบ้านตามแบบของเรา ขณะสร้างบ้าน มาตรฐานการสร้างบ้านเขาว่าไว้อย่างไรบ้าง หลักการวางคาน การปรับพื้นที่ ฯลฯ เราจะเอาหลักมาตรฐานการสร้างบ้านเหล่านี้มาทยอยใช้ในแบบบ้านของเราที่สร้าง

อีก ตย. ให้เข้าเรื่องกับวิชาการ คงรู้จัก มาตรฐานของ สมศ. ใช่ไหมคะ ทั้ง รร. และ มหาวิทยาลัย ถูกกำหนดว่าต้องจัดการศึกษา ทุกองค์ประกอบของ สมศ. เรามีสถาบันของเราอยู่แล้ว เราก็เพียงแต่ดูว่า ในสิ่งที่เรามีอยู่ มีอะไรที่ตรงกับ สมศ. ก็คงไว้ อะไรที่ สมศ.มี แล้วเราไม่มี เราก็จัดหา จัดทำลงไปในสถาบันของเรา ตามเรื่องนั้น ๆ  เกิดมี คนอยาก ตั้ง รร. ตั้งมหาวิทยาลัย ขึ้นมาใหม่ ๆ มีใครกางตัวชี้วัดของ สมศ. แล้วสร้างสถาบันใหม่ ตามไปในแต่ละข้อไหม ๆม่มีใครเพี้ยนแบบนั้นหรอกค่ะ เราสร้างขึ้นเองตามความต้องการของตัวเองก่อน ทั้งนั้น ไม่มีใครบริโภคมาตรฐาน ตัวชี้วัดดิบ ๆ ของ สมศ.มาจัดการศึกษาในสถาบันหรอกค่ะ จริงไหม

ก็แล้วทำไม เวลากำหนดมาตรฐานหลักสูตร อยากจะมี 6 กลุ่ม ก็มีไป รร.จะมีหลักสูตรแบบ 6 กลุ่ม 5 กลุ่ม 10 กลุ่ม ที่หน้าตาอย่างไรเป็นเรื่องของ รร. ต่อให้ รร.มีหลักสูตร 6 กลุ่ม ที่ไม่ใช่แบบเดียวกับ 6กลุ่มของส่วนกลางก็ยังได้เลย แล้วเพียงแต่ดูว่า 6 กลุ่ม ของส่วนกลาง มันมีอะไร ที่ฉันจะเอาเข้าไปแต่งตัวไว้ตรงไหน ในหลักสูตร ของฉันได้บ้าง นี่เป็นเรื่องของ รร. นี่คือการทำหลักสูตรและจัดการศึกษาของ รร.ค่ะ เวลาจะมาดู รร. ก็เพียงตามหาหลักฐานว่า รร.ได้มีการนำมาตรฐานใน 6 กลุ่ม ไปใช้ที่ตรงไหนบ้าง ใช้อย่างไร  ได้ผลอย่างไร คนตรวจก็ต้องตรวจเป็น แบบนี้ด้วย ไม่ใช่อยู่ ๆ เอาอะไรที่กำหนดไว้ใน 6 กลุ่ม มาใช้สอนลงไปทื่ีอ ๆ ตลกมาตั้งแต่ปี 2544 แล้ว หยุดเสียทีเถอะค่ะ

อยากให้ช่วย ๆ กัน เผยแพร่ ทำความเข้าใจ การทำหลักสูตรของสถานศึกษากันไป บอกกันไปต่อ ๆ ด้วย และต่อต้าน คนที่มาแนะนำเราทำอะไรผิด ๆ ประเทศอื่น ๆ เขาก็ปรับมาตรฐานกันตลอด มาตรฐานมันต้องปรับเสมอ เพื่อให้มันทันการณ์ รร.เขาไม่เห็นต้องมาโกลาหล ก็อยู่ตามปกติ ก็เพียงดูว่าเขามีอะไร เรามี ไม่มีอะไร ก็คอยเอาไปตัดออก เติมแต่ง ในหลักสูตรเรา ก็เท่านั้นเอง งานปรับมาตรฐานของรัฐ และงานปรับปรุงหลักสูตรของ รร. เป็นเรื่องต้องทำอยู่ ให้เป็นปกติ และเป็นเรื่องต่างคนต่างทำ อย่าได้เอามามาตรฐานมากำกับ และสั่ง ให้เป็นหลักสูตร โดยอัตโนมัติของ รร.ผิดมหันต์ค่ะ

 

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2013-06-08 08:39:56 IP : 125.24.236.218


ความคิดเห็นที่ 2 (1660493)

ขอต่ออีกหน่อยค่ะ ห่วงเรื่องการประเมินอิงมาตรฐาน ในการประเมิน ต่อให้เป็นระดับชาติแบบ ONET ก็เถอะ เวลาประเมินก็ต้องรับรู้ว่าประเมินความรู้ ความสามารถ ไม่ใช่ประเมินหลักสูตร ประเมินวิชานั้น วิชานี้ เพราะถ้าไปทำแบบนั้น มันก็จะมีประเมินวิชาภาษาและวัฒนธรรม ประเมินวิชา STEM คงยุ่งกันใหญ่ ถ้าแบบนั้น มันก็เท่ากับบีบให้ รร.ต้องมีวิชาภาษาและวัฒนธรรม ไม่มีภาษาไทย ไม่มีสังคมศึกษา งั้นหรือ ให้ รร.มีวิชา STEM ไม่ต้องมีวิชาคณิต วิทย์ เทคโนฯ งั้นหรือไม่ใช่เลย การประเมิน นร. ไม่ใช่ประเมิน บนความหมายของคำว่า วิชา แต่ประเมิน องค์ความรู้ คุณลักษณะ ความสามารถ ที่ รร.เขาจะไปอยู่ในหลักสูตร สอนในวิชาอะไร นั่นมันเรื่องของเขา ถ้าเขาอิงมาตรฐานของรัฐ 6 กลุ่้มที่ว่านี่จริง รัฐก็ประเมินเขาได้ แต่ไม่ใช่มาสร้างเป็นวิชาบังคับให้สอน บังคับ รร.ต้องมี หลักสูตร และ วิชา ต้องใช้ชื่อตาม 6 กลุ่มนี้ เช่น ไม่ใช่มาวัดสอบวิชาภาษาและวัฒนธรรม แต่เวลาวัด อาจวัดว่าเด็กมีทักษะการอ่่าน เขียน อย่างไำร เป็นต้น

เลิกหวังดีสร้างหลักสูตร รายวิชา แบบยกตัวชี้วัดดิบ ๆ แถมเกินเลยแบบติดเนื้อหา ให้ รร. เลียที หยุดเถอะค่ะ การทำหวังดีแบบนั้น เดี๋ยวนี้ รร.เก่งออก ไม่ต้องไปห่วงเขา รัฐทำมาตรฐานให้มันเป็นสิ่งที่เป็นมาตรฐาน มีคุณภาพ เป็นเรื่องแก่น ๆ จริง ๆ เท่านั้นพอ รร.เขาทำหลักสูตรกันได้เอง ไม่ใช่กำหนดมาตรฐาน ใส่รายละเอียดซะจนเป็นรายวิชาให้ รร. แบบนี้ ใครอ่านมาตรฐานก็ต้องเอ๊ะ แล้ว

ก็ให้กำลังใจ และเชียร์ ผู้ที่กำลังทำ 6 กลุ่ม นี่นะคะ ว่าถ้าท่านไม่เพี้ยน และกำกับติดตาม ผู้ที่จะเอาของท่านไปใช้ ไม่ให้ทำเพี้ยนได้ ท่านกำลังทำบุญให้เด็ก ให้ประเทศค่ะ คนเริ่มต้นทำดี คนเอาไปใช้ต่อ ๆ ทำไม่ได้เรื่องผิดไปหมด แล้วปล่อยปละละเลย ไม่ทักท้วง แบบนี้เหนื่อยและสูญเปล่า

ผู้แสดงความคิดเห็น นาตยา วันที่ตอบ 2013-06-08 09:05:33 IP : 125.24.236.218


ความคิดเห็นที่ 3 (1660588)

ขอบพระคุณท่านอาจารย์นาตยา ครับ ผมจะนำแนวทางนี้ไปใช้ประโยชน์ในการทำหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียน และแนะนำเพื่อครูโรงเรียนอื่น ๆ ด้วยครับ

ผู้แสดงความคิดเห็น นครรัฐ โชติพรม วันที่ตอบ 2013-06-10 12:49:17 IP : 202.29.189.125



[1]


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล *
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล



Copyright © 2010 All Rights Reserved.